CBT, การบำบัดความคิดและพฤติกรรม

คนที่ป่วยด้วยโรคซึมเศร้าหรือโรคทางจิตเวช  มักจะมีความคิดที่บิดเบือนและทำให้ทุกข์ใจ เพราะมุมมองความคิดหรือทัศนคติของตนเอง ซึ่งบางทีผู้ป่วยเองอาจจะไม่รู้ตัว จีเองตอนป่วยด้วยโรคจิตเวชก็เผชิญกับปัญหานี้เช่นกัน และยิ่งป่วยมายาวนานทั้งความคิดและพฤติกรรมบิดเบือน จนทำให้รู้สึกทุกข์ใจอย่างหนักหนาสาหัส จนกระทั้งได้เข้ารับการบำบัดความคิดและพฤติกรรม (Cognitive behaviour Therapy)  หรือ CBT มันช่วยให้จีได้ปรับความคิดและพฤติกรรมของตัวเองได้สอดคล้องกับความเป็นจริงและมีความสุขกับชีวิตมากขึ้น ช่วยให้จีสามารถมีสติรับมือกับอาการของโรคและสถานการณ์ในชีวิตที่ต้องเผชืญในช่วงเวลาที่ป่วยได้ดีขึ้น จีจึงนำข้อมูลเกี่ยวกับการบำบัดนี้มาแชร์ให้กับเพื่อน ๆ ได้รู้จักและเข้าใจการบำบัดนี้กันค่ะ

CBT

CBT คืออะไร ?

CBT ย่อมาจาก Cognitive behaviour therapy เป็นจิตบำบัด (psychotherapy)  ชนิดหนึ่ง ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อช่วยจัดการกับอารมณ์ในทางลบของมนุษย์ เช่น เศร้า กังวล โกรธ ฯลฯ ด้วยการปรับเปลี่ยนความคิด (cognitive) และพฤติกรรม (behaviour) การบำบัดมีลักษณะเน้นที่ปัจจุบัน เจาะจงปัญหาที่ชัดเจน มีการกำหนดเป้าหมายในการบำบัดอย่างเป็นรูปธรรม เน้นความร่วมมือของผู้รับการบำบัด เพื่อนำไปสู่การฝึกฝนทักษะในการจัดการกับปัญหาของตนเองให้ได้ดียิ่งขึ้น

CBT มีประว้ติความเป็นมายาวนาน ตั้งแต่ยุคต้นที่มุ่งเน้นการปรับพฤติกรรมเป็นหลัก แต่ผู้ที่ถือว่าเป็นบิดาของ CBT  คือ ศ.ดร.อารอน ที. เบ็ก (Aron T. Beck)  เขานำส่วนความคิด (cognitive)  เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการทำ  cognitive therapy ซึ่งแตกต่างจาก behaviour therapy ในสมัยก่อน

ถึงแม้จุดตั้งต้นของ CBT จะไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับศาสนา แต่พัฒนาการของ CBT  จนทุกวันนี้ จากการที่ Beck สนใจในพุทธศาสนาและได้พบกับท่านดาไลลามะ  ท่านจึงได้เขียนบทความเกี่ยวกับพุทธศาสนา และ cognitive therapy  ซึ่ง CBT ถือได้ว่าเป็นแนวคิดที่ใกล้เคียงกับพุทธศาสนามาก ในส่วนของการรับรู้ตน  มีสติ  การจัดการกับตัวตนกับความคิดของเรา

CBT มีประสิทธิภาพในการบำบัดรักษาโรคทางจิตเวชมากมาย โดยแสดงให้เห็นผ่านงานวิจัยต่าง ๆ ทั่วโลก รวมทั้งในประเทศไทยด้วย เช่น โรคซึมเศร้า โรควิตกกังวล โรคย้ำคิดย้ำทำ โรคแพนิก โรคกลัวสังคม โรควิตกกังวลหลังเผชิญเหตุการณ์สะเทือนขวัญ (PTSD)

นอกจากนี้ยังสามารถใช้ “จัดการปัญหาสุขภาพจิต” หลายอย่าง ที่อาจไม่ถึงระดับที่เป็นโรคก็ได้ เช่น ปัญหาการควบคุมอารมณ์โกรธ ปัญหาความสัมพันธ์ ปัญหาความรู้สึกผิดติดค้างในใจ เป็นต้น

CBT

หลักการบำบัดของ CBT

  1. ตระหนักรู้อาการ
  2. เรียนรู้พฤติกรรม ความรู้สึกนึกคิด
  3. สังเกตรูปแบบความคิด เหตุผลที่หัวใจสำคัญของความรู้สึก และพฤติกรรม (กิจกรรมทางใจ)
  4. กลยุทธ์รับมือทางด้านจิตใจ เพื่อเอาชนะความรู้สึกที่แย่ สร้างเครื่องมือป้องกันจิตใจ
  5. เรียนรู้เหตุผลที่ควรพัฒนาสุขภาพจิต กลุยุทธ์ในการสื่อสาร

ซึ่งหลักการบำบัดของ CBT เหล่านี้ จีเองได้ลองศึกษาหาข้อมูลและเรียนรู้จดจำวิธีการบำบัดจากนักจิตวิทยาที่จีได้รับการบำบัด แล้วนำหลักการมาปรับใช้บำบัดความคิดและพฤติกรรมด้วยตัวเอง ซึ่งมันเป็นวิธีที่สอดคล้องกับหลักธรรมะของพระพุทธองค์ในเรื่องของการฝึกสติ จีจึงนำมาปรับใช้ควบคู่ไปกับการฝึกเจริญสติในชีวิตประจำวันตามแนวทางที่หลวงพ่อปราโมทย์ ปราโมชโช ที่จีได้ศึกษาและลงมือปฏิบัติตามในยูทูบที่ท่านสอน ทำให้จีสามารถปรับเปลี่ยนความคิดและพฤติกรรมของตัวเองหลาย ๆ อย่าง ที่ส่งผลกระทบกับความเจ็บป่วยทางใจของจี แล้วช่วยให้อาการป่วยของจีดีขึ้นและมีความสุขกับชีวิตได้มากขึ้นอีกด้วย

สำหรับเพื่อน ๆ ที่ป่วยด้วย โรคซึมเศร้าหรือโรคทางจิตเวชอื่น ๆ ดังกล่าวมาแล้ว จีขอแนะนำ การบำบัดความคิดและพฤติกรรม หรือ CBT  กับผู้เชี่ยวชาญแล้วลองนำมาปรับใช้ เพื่อพัฒนาตัวเองให้มีความคิดและพฤติกรรมที่เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น แต่ถ้าหากมีปัญหาทางด้านจิตใจหรือปมปัญหาในวัยเด็กจนส่งผลต่อจิตใต้สำนึกแล้ว ขอแนะนำการบำบัดจิตใต้สำนึกจะได้ผลดีกว่านะคะ

หากใครสนใจการบำบัดแบบ  ลองเข้าไปดูได้ตามลิงค์นี้นะคะ ChulaCBT

ที่มา : วิกิพีเดีย, Rama Channel, ChulaCBT

Photos by Pixabay.com

#GG

อ่านข้อมูลการบำบัดอื่นๆเพิ่มเติม>>>

Past-Life Regression Therapy การเยียวยาบำบัดจิตใจ

1 COMMENT

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here