จากประสบการณ์ที่จีได้พูดคุยกับผู้ป่วยโรคซึมเศร้าที่เป็นผู้หญิงหลายคนที่เคยใช้ยาลดความอ้วนหรือผลิตภัณฑ์อาหารเสริมลดน้ำหนักมาก่อนจนส่งผลทำให้ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า นอกจากนั้นเขายังได้รับผลกระทบจากการหยุดใช้ยาหรือผลิตภัณฑ์นั้นจนเกิดโยโย่เอฟเฟคทำให้น้ำหนักตัวพุ่งขึ้นอย่างมาก จึงทำให้ต้องทุกข์ทรมานใจกับทั้งความเจ็บป่วยด้วยโรคซึมเศร้าและผลข้างเคียงของยารักษาโรคซึมเศร้า รวมทั้งผลเสียที่ได้รับจากยาหรือผลิตภัณฑ์อาหารเสริมลดน้ำหนักที่เคยใช้ จีจึงนำกรณีศึกษามาแชร์เพื่อที่จะช่วยเป็นอุทธาหรณ์ให้กับผู้ที่คิดจะใช้ยาลดความอ้วนหรือผลิตภัณฑ์อาหารเสริมลดน้ำหนัก จะได้ระมัดระวังและเลือกที่จะลดน้ำหนักได้อย่างปลอดภัยห่างไกลจากโรคซึมเศร้าได้ค่ะ

ข้อมูลจากกรมสุขภาพจิตในปี 2018 ได้เผยว่า “ยาลดความอ้วน” ทำให้ป่วยเป็นซึมเศร้าได้ และจากสถิติมีผู้กินยาลดความอ้วนในไทย โดยเฉพาะวัยรุ่นนั้นกว่า  7.9 แสนคน และได้ออกมาย้ำเตือนให้ผู้ที่ใช้ยาลดน้ำหนักต้องระวังเพราะมันทำให้สารสื่อประสาทเสียสมดุลและส่งผลให้ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าได้ ซึ่งยาลดความอ้วนหรือลดน้ำหนักนั้นมักแฝงอยู่ในผลิตภัณฑ์อาหารเสริมลดน้ำหนัก จากข่าวคราวในช่วงปีนั้นมีผู้เสียชีวิตและป่วยทางจิตจนกลายเป็นผู้ป่วยจิตเวชเป็นจำนวนมาก

สารอันตรายจากยาลดความอ้วนนั้น คือ ไซบูทรามีน (sibutramine) และเฟนเทอมีน (phentermine) ซึ่งเป็นสารที่ทำให้มีอาการทางประสาทอ่อน ๆ มันมีฤทธิ์ที่เข้าไปกดสมองส่วนของความอยากอาหาร ทำให้เบื่อไม่อยากกินอาหาร น้ำหนักจึงลดลง แล้วยังส่งผลต่อความสมดุลของสารเคมีในสมองที่เกี่ยวข้องกับโรคซึมเศร้า และจะมีอาการมากขึ้น ถ้าหากคนที่กินหยุดกินยาลดความอ้วนนั้น ซึ่งเรียกว่า โยโย่เอฟเฟค คือ จะมีพฤติกรรมการกินที่มากขึ้น บางคนอาจมากกว่า 2 เท่าตัว เนื่องจากตอนที่กินยาจะรู้สึกไม่อยากกินอาหาร แต่พอหยุดยาแล้ว สมองจะหลั่งสารกระตุ้นให้มีความอยากอาหารมากขึ้น แล้วถ้ายิ่งกลับไปกินยาตัวเดิมอาจเกิดอาการดื้อยาแล้วไม่ได้ผล ต้องกินยาที่แรงขึ้นซึ่งเสี่ยงอันตรายมากขึ้นด้วย

เมื่อเกิดอาการ โยโยเอฟเฟคจึงส่งผลให้น้ำหนักตัวมากขึ้นทำให้เกิดความเครียดซ้ำเติมหนัก ทำให้รู้สึกไม่มั่นใจในรูปร่างของตัวเอง ไม่กล้าออกไปเจอผู้คน แยกตัวออกจากสังคม รู้สึกเครียด กดดัน หดหู่แล้วกลายเป็นโรคซึมเศร้าได้ในที่สุด หากอาการรุนแรงก็จะส่งผลให้มีอาการทางประสาท หูแว่ว ประสาทหลอน หรืออาจมีความคิดฆ่าตัวตายได้

กรณีศึกษาของผู้ป่วยโรคซึมเศร้าที่เคยใช้ผลิตภัณฑ์ที่มียาลดน้ำหนัก

เธอเล่าว่าเริ่มกินกาแฟลดความอ้วนประมาณปี 2553 ตอนแรกกินแล้วได้ผลดี แต่จะรู้สึกคอแห้งและขับถ่ายยาก จากนั้นปี 2554-2555 เธอรู้สึกวูบ ๆ และเหนื่อยง่ายก็หยุดกิน เมีอาการเหม่อแต่ยังไม่มาก จึงตัดสินใจไปพบแพทย์เพื่อตรวจโรคเพราะคิดว่าอาจจะเป็นโรคทางกาย แล้วก็ได้รับยามากิน แต่อาการไม่ดีขึ้น เธอเริ่มตกใจง่ายเหมือนจิตตก หิวง่าย หิวแล้วมือสั่น เธอจึงค้นหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตพบว่าเหมือนเป็นโรคซึมเศร้าเธอจึงตัดสินใจไปพบจิตแพทย์และเข้ารับการรักษาในที่สุด แต่ด้วยความไม่รู้เมื่ออาการดีขึ้นเธอจึงปรับลดยาเองและไม่ได้ไปพบคุณหมอตามนัด จึงทำให้เธอต้องกลับมาเริ่มต้นรักษาโรคซึมเศร้าใหม่อีกครั้ง

กรณีศึกษาผู้ป่วยโรคซึมเศร้าเนื่องจากใช้ยาลดน้ำหนัก

มีน้องคนหนึ่งทักมาพูดคุยกับจีที่เพจเยียวยารักษาใจ : Heal your mind by GG ซึ่งจีได้พูดคุยกับน้องและได้ช่วยให้คำแนะนำแนวทางในการรักษาและบำบัดโรคซึมเศร้า น้องเล่าว่าเคยใช้ยาลดน้ำหนักจนส่งผลให้ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ขาดความมั่นใจในตัวเอง สูญเสียความเป็นตัวเองไป กลายเป็นคนไม่กล้าเข้าสังคม และทุกข์ทรมานกับการกินยาโรคซึมเศร้าไม่หายเสียที และเคยคิดฆ่าตัวตายด้วย จนได้มาเจอกับจีและได้พูดคุยทำความเข้าใจโรคเข้าใจตัวเองจึงมองเห็นแนวทางในการก้าวข้ามผ่านโรคซึมเศร้า น้องเริ่มปรับตัวปรับใจ หากิจกรรมที่สร้างพลังใจและหันกลับมารักตัวเอง เห็นคุณค่าในตัวเองและฝึกที่จะเข้าสังคมและใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากขึ้นถึงแม้ยังต้องกินยารักษาโรคซึมเศร้าอยู่ น้องฝากเรื่องราวเพื่อเป็นอุทธาหรณ์ให้กับเพื่อน ๆ และส่งต่อกำลังใจดี ๆ ไปถึงเพื่อนผู้ป่วยทุกคนด้วยค่ะ

จากข้อมูลที่กล่าวมาและกรณีศึกษาของผู้ป่วยโรคซึมเศร้าที่เคยใช้ยาลดความอ้วนหรือผลิตภัณฑ์อาหารเสริมลดน้ำหนัก คงจะเป็นอุทธาหรณ์ให้กับเพื่อน ๆ ได้ สำหรับใครที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าเนื่องจากผลกระทบของการใช้ยาลดน้ำหนักหรือผลิตภัณฑ์อาหารเสริมลดน้ำหนักมาก่อน จีขอเป็นกำลังใจให้ตั้งใจรักษาและสามารถก้าวข้ามผ่านช่วงเวลานี้ไปได้ และถ้าหากต้องการที่จะดูแลรูปร่างสัดส่วน ก็ขอให้คำนึงถึงผลที่ดีต่ออสุขภาพร่างกายและจิตใจของตัวเราเองด้วย เพราะถ้าเกิดผลเสียแล้วมันไม่คุ้มค่ากับการเสียเวลารักษาโรคซึมเศร้าและเสียเวลาแห่งความสุขในชีวิตไป

วิธีที่เป็นพื้นฐานและเราสามารถทำได้ด้วยตัวเองในการดูแลรูปร่างสัดส่วนและสุขภาพกายใจของเรา ก็คือ การที่เราฝึกปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของเรา โดยการควบคุมอาหาร ลดแป้งและน้ำตาล หรืออาหารที่มีคอเรสเตอรอลสูง เลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ดื่มน้ำให้เพียงพอ นอนพักผ่อนให้เพียงพอรักษาร่างกายและจิตใจให้สมดุล เพื่อสุขภาพกายใจที่ดีด้วยนะคะ

แต่ถ้าหากใครต้องการตัวช่วยดี ๆ ที่ปลอดภัย จีขอแนะนำผลิตภัณฑ์กาแฟเพื่อสัดส่วนและสุขภาพ ซึ่งจีได้ทดลองด้วยตัวเองและเชื่อมั่นในคุณภาพความปลอดภัย เพราะส่วนผสมเป็นสารสกัดจากธรรมชาติ ไม่มีน้ำตาล ไม่มีไขมันทรานส์และไม่มีคอเรสเตอรอลที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ หากใครชอบดื่มกาแฟและอยากดูแลสัดส่วนไปด้วยขอแนะนำกาแฟเพื่อสุขภาพโก ฟี่ ฟอ ยู นะคะ

อ้างอิงข้อมูล : กรมสุขภาพจิต, www.thaihealth.or.th

Photos by Pixabay.com

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม>>>

แนะนำ กาแฟเพื่อสุขภาพ โก ฟี่ ฟอ ยู

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here