หากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่มีปัญหาชีวิตติดขัด เจ็บป่วยด้วยโรคทางกายหรือโรคทางจิตเวช รักษาด้วยยาแล้วก็ยังไม่หาย จีขอชวนคุณมาทำความเข้าใจเรื่อง Trapped Emotion จีเองก็เคยเจ็บป่วยด้วยโรคทางกายและโรคทางใจเรื้อรัง รักษาด้วยยามายาวนานก็ไม่หายเสียที มีปัญหาในชีวิตติดขัดเรื่องเดิม ๆ จนได้เปิดใจเรียนรู้แนวทางการเยียวยาบำบัดกายใจตัวเอง ซึ่งมันช่วยให้จีเข้าใจการทำงานของระบบร่างกายและจิตใจตนเอง  Trapped Emotion คืออีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญที่จีได้ทำความเข้าใจ เรียนรู้ และฝึกเยียวยาตัวเองจนหายป่วยได้ อีกทั้งยังช่วยให้จีก้าวข้ามผ่านชีวิตที่ติดขัดและปลดปล่อยความทุกข์ที่แบกไว้และสะสมมายาวนานตลอดชีวิตที่ผ่านมา ซึ่งมันส่งผลก่อให้เกิดความเจ็บป่วยได้ทั้งโรคทางกายและโรคทางใจได้ด้วย  Trapped Emotion คืออะไร?  ไปอ่านบทความกันเลยค่ะ

Trapped Emotion คืออะไร?

ทางจิตวิทยาได้อธิบายไว้ว่า Trapped Emotion คืออารมณ์ที่ติดอยู่ เป็นอารมณ์ที่รู้สึกได้ แต่ไม่ได้ประมวลผลอย่างเต็มที่ ซึ่งเป็นอารมณ์ที่ถูกละเลย ยัดเยียด มันจึงกลายเป็นอารมณ์ที่ตกค้างหรือไม่รู้สึกว่าบรรลุผล เปรียบมันเหมือน “สัมภาระทางอารมณ์” ที่เราแบกไว้ หรือ “Emotional Baggage” ทางด้านการพัฒนาจิตวิญญาณ Trapped Emotion เปรียบเสมือน “ขยะในใจ” ซึ่งเป็นอารมณ์ความรู้สึกตกค้างภายในใจหรือในความทรงจำของคนเรา โดยเฉพาะคนที่เคยมีประสบการณ์ชีวิตที่ไม่ดีจนเกิดเป็นปม หรือบาดแผลทางใจ อารมณ์จะถูกกลบฝังอยู่ในจิตส่วนลึกหรือ จิตใต้สำนึก อาจมีมาตั้งแต่ในวัยเด็กจนโต เช่น ความรู้สึกเจ็บปวด ความรู้สึกผิด โทษตัวเอง โกรธ เกลียด น้อยใจ เสียใจ หรืออิจฉา เป็นต้น นอกจากนี้อารมณ์ความรู้สึกเหล่านี้สามารถสะสมอยู่ตามเนื้อเยื่อหรือเซลล์ในร่างกายของเรา และก่อให้เกิดความเจ็บป่วยทั้งทางร่างกายและจิตใจ มันยังเป็นตัวขัดขวางความสุขและความสำเร็จ รวมทั้งสร้างปัญหาชีวิตให้กับเราได้อีกด้วย

Trapped Emotion มีผลต่อชีวิตคนเราอย่างไร?

ดร.แบรดลีย์ เนลสัน (Dr. Bradley Nelson) นักบำบัดชาวอเมริกันและแพทย์แบบองค์รวมที่มีชื่อเสียง เจ้าของหนังสือ The Emotion Code ได้กล่าวไว้ว่า เหตุการณ์ที่อัดแน่นด้วยอารมณ์จากอดีตของคุณยังคงหลอกหลอนคุณในรูปแบบของ “อารมณ์ที่ติดอยู่” หรือ Trapped Emotion ซึ่งเป็นพลังงานทางอารมณ์ที่มีอยู่ในร่างกายของคนเราที่สามารถกระจายอยู่ในร่างกายของคนเรา และบางทีมันอาจมารวมกันอยู่รอบ ๆ หัวใจของคุณ ส่งผลให้คุณตัดความสามารถในการให้และรับความรักของคุณออกไปอีกด้วย หรือที่เราเรียกมันว่า “กำแพงใจ”

อารมณ์หรือความคิดของคนเรานั้น แม้เป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้ แต่มันเป็นพลังงานอย่างหนึ่งและมีแรงสั่นสะเทือน หากเรามีความคิดบวกหรือความคิดที่ดี เราก็จะมีค่าแรงสั่นสะเทือนที่ดี ซึ่งส่งผลให้เรามีสุขภาพที่ดีตามไปด้วย แต่ถ้าเรามีความคิดหรืออารมณ์ความรู้สึกด้านลบมันก็ส่งผลตรงกันข้าม ร่างกายของมนุษย์เรานั้นเป็นสิ่งมหัศจรรย์ เป็นเสมือนหมอที่เก่งที่สุด เขาสามารถซ่อมแซม รักษาและฟื้นฟูตัวเองได้ แต่ Trapped Emotion เป็นสาเหตุหลักที่ไปขัดขวางการไหลเวียนของพลังงานในร่างกาย

Kelly Vincent, PsyD นักบำบัดร่างกายและจิตใจ เปรียบเทียบ Trapped Emotion กับการที่เราแบกเป้ใบใหญ่และหนัก ซึ่งมันถ่วงเราลงและส่งผลต่ออารมณ์ของเราในปัจจุบัน และเธอยังตั้งข้อสังเกตว่ามันยังสามารถทำลายเนื้อเยื่อของร่างกายและส่งผลต่อการทำงานของอวัยวะและต่อมต่าง ๆ อีกด้วย  แล้วเธอยังกล่าวอีกว่า “มันเหมือนกับสิ่งกีดขวางบนถนนขนาดยักษ์บนทางด่วน”  และ “มันยากที่พลังงานจะไหลผ่านตามธรรมชาติ”

และนี่ก็เป็นต้นเหตุของการเกิดความไม่สมดุลของร่างกาย ส่งผลให้เกิดความเจ็บป่วยและเจ็บปวดตามจุดต่าง ๆ ในร่างกาย และทำให้การทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ผิดปกติไป  ซึ่งมันเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิด โรคทางร่างกาย และ โรคทางจิตเวช หรือ “โรคทางอารมณ์” เช่น โรคซึมเศร้า เป็นต้น อารมณ์ที่หนักหน่วงนี้ส่งผลต่อวิธีคิด วิธีการตัดสินใจและทางเลือกในชีวิตของคนเราได้ ซึ่งมันสามารถส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของคนเรา ก่อให้เกิดปัญหาเรื่องการงาน การเงิน และความรักความสัมพันธ์ได้อีกด้วย อาการเหล่านี้บางครั้งเราอาจรู้สึกได้อย่างชัดเจน แต่บางครั้งมันก็ซ่อนอยู่ภายในจิตใต้สำนึกของคนเรา ซึ่งมันอาจสะสมมาตั้งแต่วันที่เราเกิดจนถึงปัจจุบัน

วิธีปลดปล่อยอารมณ์ตกค้างออกจากร่างกาย

คนเราส่วนใหญ่มักจะเก็บกดอารมณ์ความรู้สึกหรือมีอารมณ์ที่ตกค้าง แตกต่างกันไปในแต่ละประสบการณ์ของแต่ละคน บางคนถูกสอนหรือปลูกฝังความเชื่อมาไม่ให้กล้าแสดงอารมณ์ความรู้สึก เช่น ถูกห้ามไม่ให้ร้องไห้ หรือถูกปลูกฝังความเชื่อว่าการร้องไห้แสดงถึงความอ่อนแอ เลยเก็บกดกลบฝังอารมณ์ด้านลบหรือความรู้สึกเจ็บปวด เสียใจ น้อยใจ ความรู้สึกผิดเอาไว้ เป็นต้น บางคนอาจเคยถูกล่วงละเมิดร่างกายหรือทางเพศ ถูกทำร้ายจิตใจ ถูกทอดทิ้งหรือละเลยในวัยเด็ก หรือพลัดพรากจากพ่อแม่หรือผู้ดูแล เคยสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก เคยถูกบูลลี่ (Bully) หรือกลั่นแกล้ง แม้กระทั่งมีปัญหาทะเลาะเบาะแว้งกันภายในครอบครัว ในทางจิตวิทยาได้ยกตัวอย่างบาดแผลในวัยเด็กที่เราพกติดตัวมานานหลายปี แล้วยังไม่ได้รับการเยียวยาแก้ไข และแสดงออกมาได้หลายวิธี เช่น โทษตัวเอง โยนความผิดให้คนอื่น  รู้สึกหดหู่  ถอนตัวจากกิจกรรมทางสังคม เป็นต้น วิธีการปลดปล่อยอารมณ์ความรู้สึกที่ตกค้างในแบบที่จีใช้ มีดังนี้

ฝึกรับรู้และอยู่กับอารมณ์ตัวเองให้เป็น

บ่อยครั้งที่จีช่วยเยียวยาผู้ป่วยโรคซึมเศร้า โรควิตกกังวล หรือไบโพลาร์ สิ่งที่พบคือผู้ป่วยไม่เข้าใจอารมณ์ตัวเอง ไม่รู้ว่าตัวเองรู้สึกอย่างไร จึงทำให้ไม่สามารถรับรู้และจัดการกับอารมณ์ของตัวเองได้ จึงทำให้วนลูปอยู่กับความรู้สึกแย่ สิ่งที่จะช่วยให้เราเข้าถึงอารมณ์ความรู้สึกของตนเองได้มากขึ้น นั่นก็คือ การฝึกตระหนักรู้และฝึกเชื่อมต่อเพื่อเข้าใจอารมณ์ของตัวเราเอง คนที่มักจะเก็บกด กลบฝังอารมณ์ความรู้สึกของตนเองไว้ ไม่ค่อยแสดงออก หรือคนที่หงุดหงิดง่ายอาจมีปัญหาในการระบุอารมณ์ความรู้สึกของตัวเอง

วิธีการเยียวยาบำบัดแบบ CBT จะเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่มีวิธีการช่วยให้คุณได้ติดป้ายอารมณ์  เพื่อฝึกรู้เท่าทันอารมณ์ตัวเองได้มากขึ้น และการฝึกอยู่กับตัวเองลำพัง เพื่อฝึกสมาธิแบบผ่อนคลาย หรือฟังเพลงบรรเลงผ่อนคลายเพื่อช่วยให้เราได้เชื่อมโยงรับรู้อารมณ์ความรู้สึกได้มากขึ้น แล้วปลดปล่อยอารมณ์ที่เก็บกดหรือซ่อนไว้ออกมาได้

ฝึกปลดปล่อยอารมณ์ความรู้สึกด้วยการเคลื่อนไหวร่างกาย

เลือกวิธีการระบายอารมณ์ความรู้สึกในแบบที่เราสามารถทำได้หรือทำกิจกรรมที่ช่วยเคลื่อนไหวร่างกาย เช่น โยคะ ไทเก็ก ชี่กง การเต้นเพื่อบำบัด หรือการเยียวยาบำบัดด้วยการเคลื่อนไหวร่างกาย เป็นต้น หากเราสามารถทำเองได้ หรือถ้าลองดูแล้วยังไม่ได้ผลดีก็ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญหรือนักจิตวิทยา นักจิตบำบัดเพื่อช่วยเยียวยาแก้ไข

อ่านบทความเพิ่มเติม : 6 วิธีระบายอารมณ์เพื่อปลดปล่อยความรู้สึก

เยียวยาแก้ไขปมในอดีตหรือบาดแผลทางใจ

อารมณ์ที่ตกค้างจากอดีตหรือปมที่ฝังใจนั้นยังคงส่งผลต่ออารมณ์และการใช้ชีวิตในปัจจุบันของเรา และมันอาจจะฝังลึกอยู่ภายในจิตใต้สำนึก และสร้างปัญหาชีวิตติดขัดให้กับเราโดยไม่รู้ตัว หากเราสามารถย้อนกลับไปทำความเข้าใจ ปลดปล่อยอารมณ์ความรู้สึกด้านลบที่ฝังอยู่ในความทรงจำของเรา ให้อภัยตัวเอง ให้อภัยผู้ที่เกี่ยวข้องได้ ปรับเปลี่ยนวิธีคิดหรืออารมณ์ความรู้สึกของเราให้สอดคล้องกลมกลืนได้ เราก็จะสามารถหลุดออกจากอดีตและบาดแผลทางใจที่ฉุดรั้งชีวิตและจิตใจเราได้ แต่ส่วนใหญ่จำเป็นต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญและกระบวนการเยียวยาบำบัดจิตใจที่ลึกซึ้ง เช่น การเยียวยาบำบัดจิตใต้สำนึก การเยียวยาเด็กน้อยในตัวเรา (Inner Child Healing)  เป็นต้น

ยอมรับและโอบรับด้านมืดของตัวเอง

คนเราล้วนเคยมีความผิดพลาดในอดีต และหลายสิ่งหลายอย่างมันก็สร้างความเจ็บปวด ผิดหวัง เสียใจให้กับเรา จนเราไม่อยากจดจำหรือเปิดเผย จึงทำให้คนเราสร้างกำแพงใจเพื่อปกปิดความรู้สึกของตัวเองไว้ ไม่ยอมแสดงออกถึงความรู้สึกที่แท้จริง กลบฝังมันไว้ ซึ่งเราไม่สามารถยอมรับมันหรือยอมรับตัวเราเองได้ มันเปรียบเสมือนด้านมืดของคนเรา แต่ถ้าเราฝึกรับรู้ความรู้สึกที่แท้จริง กล้าเผชิญหน้ากับมัน แล้วยอมรับความจริง โอบรับด้านมืดของตัวเองได้ มันจะช่วยให้เราใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและยอมรับความจริงในสิ่งที่มันต้องเป็นไปได้มากขึ้น

แนวทางการเยียวยารักษาใจและพัฒนาคุณภาพชีวิต ที่จีได้เรียนรู้และช่วยเยียวยาผู้ป่วยโรคซึมเศร้า โรควิตกกังวล รวมทั้งไบโพลาร์นั้น  เป็นสิ่งที่ยืนยันว่า Trapped Emotion เป็นตัวขัดขวางความสุขและความสำเร็จในชีวิตของคนเรา มันเป็นพลังงานด้านลบที่ส่งผลหรือก่อให้เกิดความเจ็บป่วยแล้วยังส่งผลให้พลังงานชีวิตติดขัดไม่ลื่นไหล หลายคนเจ็บป่วยด้วยโรคทางใจกินยารักษามายาวนาน บางคนรักษามาเกินสิบปีแล้วแต่ก็ยังไม่หาย มีปัญหาติดขัดในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการงาน การเงิน ความรักความสัมพันธ์ สุขภาพกายและสุขภาพจิต และยังพบว่าหลายคนไม่สามารถรับรู้ความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเองได้ ไม่สามารถรักและเมตตาตนเองได้ ที่หนักกว่านั้นคือไม่สามารถรับความรักและความรู้สึกดี ๆ จากผู้อื่นได้เช่นกัน เพราะกำแพงใจที่ปิดกั้นความรู้สึกด้านลบเอาไว้นั้นเป็นตัวกั้นขวางนั่นเอง หลังจากที่ได้เยียวยาบำบัดปมปัญหาขัดแย้งภายในใจ บาดแผลทางใจในอดีต และปลดปล่อยพลังงานลบ ๆ ที่ตกค้างนี้ออกไปได้ มันช่วยให้พวกเขาสามารถรักและเมตตาตนเองเป็น สัมผัสความสุขได้มากขึ้น มีสุขภาพกายใจที่ดีขึ้น มีมุมมองทางความคิดและพฤติกรรมที่ดีขึ้น ช่วยให้นอนหลับดีขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถช่วยส่งเสริมให้ลดการใช้ยาและหยุดยาได้อีกด้วย

อ่านบทความเพิ่มเติม : การเยียวยาบำบัดโรคซึมเศร้า (เพื่อลดยาและหยุดยา)

ร่างกายและจิตใจของคนเรานั้นเชื่อมโยงกันและไม่สามารถแยกขาดจากกันได้ หากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่เคยมีประสบการณ์ชีวิตที่ไม่ดี ไม่มีความสุขในชีวิตแบบที่ควรจะเป็น มีความเจ็บป่วยทั้งทางร่างกายและเจ็บป่วยทางใจแล้วกินยารักษามายาวนานไม่หาย จีขอแนะนำให้คุณทำความเข้าใจแล้วเยียวยาบำบัดจิตใต้สำนึก เพื่อปลดปล่อย Trapped Emotion ดูนะคะ

อ้างอิงข้อมูล : www.healthline.com, www.todayhighlightnews.com, Unlockmen

All Photos by Pixabay.com

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม : การเยียวยาบำบัดจิตใต้สำนึกคืออะไร?

เพิ่มเพื่อน

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here