สำหรับเพื่อนๆที่กำลังมองหาการรักษาบำบัดโรคซึมเศร้าทางเลือก ที่สามารถช่วยสนับสนุนให้อาการของโรคซึมเศร้าดีขึ้นและหายได้นั้น โดยเฉพาะคนที่สนใจเรื่อง “สติบำบัด” ทางเลือกใหม่รักษาโรคซึมเศร้า  แต่ยังไม่แน่ใจว่า การฝึกสติ หรือ การเจริญสติ แบบพุทธนั้น สามารถบำบัดโรคซึมเศร้าได้จริงหรือไม่ จีนำข้อมูลที่น่าสนใจมาฝากกันค่ะ

ปัจจุบันการปฏิบัติธรรมในพุทธศาสนา ได้รับการนำมาใช้รักษาโรคต่างๆที่ยังรักษาไม่ได้ผลดีในวงการแพทย์แผนปัจจุบันอย่างกว้างขวาง โดยมีการศึกษาวิจัยกันมากในมหาวิทยาลัยต่างๆ ทางตะวันตก เช่น โรคซึมเศร้า ซึ่งกำลังเป็นปัญหาอย่างมากในโลกตะวันตก และเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดการสูญเสียในแง่สมรรถภาพในการทำงาน สุขภาพจิต คุณภาพชีวิต ค่ารักษาพยาบาล และพบว่าเป็นสาเหตุของการฆ่าตัวตาย พบว่าในคนหนุ่มสาวที่ฆ่าตัวตายมีสาเหตุมาจากโรคนี้ ในประเทศไทย ก็พบโรคนี้ได้ไม่น้อยทีเดียว

โรคซึมเศร้าเป็นแล้วมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้อีกค่อนข้างสูง ผู้ป่วยเหล่านี้จะดำเนินชีวิตในสังคมค่อนข้างยาก เนื่องจากเราพบว่า มีคนป่วยเป็นโรคซึมเศร้ามากขึ้นทุกปี ทำให้เกิดการสูญเสียทางเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตเป็นอย่างมาก แพทย์แผนปัจจุบันจึงพยายามหาวิธีการที่จะช่วยให้ผู้ป่วย หายจากโรคนี้

ศาสตราจารย์ มาร์ค วิลเลี่ยม จิตแพทย์ ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยออกฟอร์ด ประเทศอังกฤษ ท่านเป็นผู้อำนวยการ ศูนย์การวิจัยเกี่ยวกับการฆ่าตัวตาย  (Center of suicide research) ท่านพบว่าสาเหตุการตายที่สำคัญอันหนึ่งก็คือ คนที่เป็นโรคซึมเศร้า   ท่านจึงได้ศึกษาวิธีการรักษาเพื่อช่วยคนไข้โรคนี้ ท่านใช้เวลาศึกษาอยู่กว่า 10  ปี  ได้พบว่า วิธีการเจริญสติในพุทธศาสนาสามารถทำให้ผู้ป่วยหายจากโรคนี้ได้  ทำให้คุณภาพชีวิตกลับมาดีขึ้นเหมือนเดิมได้ ไม่ต้องกินยาอีกต่อไป ลดค่าใช้จ่ายลงได้มาก

ดังนั้นท่านจึงตั้ง ศูนย์การเจริญสติแห่งมหาวิทยาลัยออกฟอร์ด  (Oxford center of Mindfulness) ขึ้นในปี  2008 ใช้วิธี “การเจริญสติ” บำบัดผู้ป่วยโรคซึมเศร้า และทำงานวิจัยสร้างองค์ความรู้ออกสู่สังคม

ศาสตราจารย์ มาร์ค วิลเลี่ยม กล่าวว่า…

การเจริญสติ สามารถเปลี่ยนแปลงโครงสร้างและการทำงานของสมอง ทำให้สารเคมีกลับมาสู่สภาวะสมดุล ซึ่งเป็นกระบวนการซ่อมแซมสมองโดยธรรมชาติ ทำให้ผู้ป่วยโรคซึมเศร้า หายจากโรคนี้ได้โดยไม่ต้องกินยาอีกต่อไป

จีฝึกสมาธิและเจริญสติ ตามแนวทางของพระพุทธองค์ โดยการดูยูทูบของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ในตอนที่จีพบข้อมูลงานวิจัยต่าง ๆ เกี่ยวกับสติบำบัด และข้อมูลงานวิจัยของ ศาสตราจารย์ มาร์ค วิลเลียม มันยิ่งทำให้จียิ่งมั่นใจว่าจีเลือกการบำบัดรักษาโรคซึมเศร้า ถูกทางแล้ว และจีฝึกนั่งสมาธิและเจริญสติด้วยตัวเองที่บ้านอย่างต่อเนื่อง จนกินยารักษาโรคซึมเศร้าได้ประมาณหนึ่งปี จึงขอหมอยุดยารักษาโรคซึมเศร้า แล้วฝึกดูแลตัวเองสร้างสมดุลชีวิตทั้งร่างกายและจิตใจ และฝึกนั่งสมาธิและเจริญสติมาตลอดระยะเวลาสองปีหลังจากนั้น

ในหลาย ๆ ครั้งที่จีต้องเผชิญกับสิ่งกระตุ้นจนทำให้รู้สึกว่าอาการของโรคซึมเศร้า โรควิตกกังวล และโรคแพนิก มันกำเริบขึ้นมารบกวนอีก แต่ก็ยังคงฝึกเจริญสติ และปฏิบัติธรรมต่อไป จนถึงทุกวันนี้จีก็สามารถที่จะเรียนรู้ฝึกพัฒนาตัวเองและดูแลตัวเองแบบไม่ต้องใช้ยารักษาโรคซึมเศร้าอีก และมีความสุขกับชีวิตมากกว่าเดิม โดยไม่กลัวหรือกังวลว่าจะกลับไปป่วยซ้ำอีก ถึงแม้ว่าความเสี่ยงของจีที่เคยเป็นโรคซึมเศร้ามาแล้วมันจะสูง แต่จีก็มั่นใจในแนวทางนี้เพราะพิสูจน์มาด้วยตัวเองแล้วค่ะ

แต่ทั้งนี้หากเพื่อน ๆ ต้องการใช้แนวทาง การเจริญสติ”บำบัดโรคซึมเศร้า ควรทำความเข้าใจเพิ่มเติม เพราะเมืองไทยยังมีข้อจำกัดในเรื่องนี้ เนื่องจากมีการใช้การบำบัดนี้ในโรงพยาบาลบางแห่งซึ่งได้ผลดี แต่ไม่ได้มีทุกโรงพยาบาล ซึ่งหากเราเรียนรู้กระบวนการบำบัดจากผู้เชี่ยวชาญโดยตรงและปฏิบัติตามจะได้ผลดีมาก

ข้อจำกัดอีกอย่างหนึ่งคือ การเจริญสติ บำบัดโรคซึมเศร้า จะใช้ได้ผลดีกับผู้ป่วยโรคซึมเศร้าที่มีอาการไม่รุนแรง หรืออาการทรงตัวมีสติมากขึ้นแล้ว หากอาการยังรุนแรงอยู่ควรรอให้อาการสงบและทรงตัวก่อนจะได้ผลดีกว่า และผู้ป่วยโรคซึมเศร้าที่มีปัญหาหรือปมในใจในวัยเด็กที่ส่งผลให้จิตใต้สำนึกมีปัญหาแบบจี การเยียวยาบำบัดจิตใจและพัฒนาคุณภาพชีวิต จะเป็นอีกตัวช่วยหนึ่งให้การฝึกเจริญสติได้ผลดีขึ้นและพัฒนาคุณภาพชีวิตและจิตใจได้อย่างยอดเยี่ยมอีกด้วย

จีหวังว่าเพื่อน ๆ ที่กำลังมองหาการบำบัดรักษาโรคซึมเศร้าทางเลือก โดยการใช้ “สติบำบัดรักษาโรคซึมเศร้า” จะมองเห็นแนวทางและมั่นใจในสิ่งที่ตัวเองเลือกและมันเป็นสิ่งที่คนไทยเราคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว เพียงแต่ไม่รู้ว่ามันมีคุณค่าขนาดไหน ซึ่งเราควรเรียนรู้ที่จะใช้มันให้เกิดประโยชน์ต่อชีวิตและจิตใจเรานะคะ

ที่มา : การเจริญสติบำบัด โดย นพ.แพทย์พงษ์ วรพงศ์พิเชษฐ

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม>>>

การฝึกสติบำบัดโรคซึมเศร้า (ไม่นับถือศาสนาพุทธก็ฝึกได้)

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here