จิตบำบัด, โรคซึมเศร้า, โรคจิตเวช

ทำไมป่วยเป็นโรคซึมเศร้ารักษาด้วยยามาก็นานแล้วยังไม่หายสักที? การรักษาโรคซึมเศร้าหรือโรคทางจิตเวชอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น โรควิตกกังวล โรคแพนิก ไบโพลาร์ เป็นต้น นอกจากจะใช้วิธีการรักษาด้วยยาแล้ว ผู้ป่วยบางรายอาจจำเป็นต้องได้รับการทำ “จิตบำบัด” หรือการใช้การบำบัดอื่น ๆ ควบคู่ไปกับการรักษาด้วย ซึ่งจะช่วยให้การรักษานั้นมีประสิทธิภาพมากขึ้น อีกทั้งยังสามารถลดการกลับมาป่วยซ้ำได้ดีมากอีกด้วย

จากข้อมูลของกรมสุขภาพจิต ในปี 2560 มีผู้ป่วยจิตเวช ขึ้นทะเบียนรักษา 2.6 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 37 ของผู้ป่วยจิตเวชและผู้มีปัญหาสุขภาพจิต ซึ่งกรมสุขภาพจิตได้มีการนำการทำ “จิตบำบัด” แบบปรับเปลี่ยนความคิดและพฤติกรรม (Cognitive Behavior Therapy : CBT) มาใช้ดูแลผู้ป่วยควบคู่ไปกับการรักษาด้วยยา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา เพราะ การทำจิตบำบัดควบคู่ไปกับการรักษาด้วยยา จะช่วยปรับความคิดที่บิดเบือนหรือความคิดลบที่ทำให้ผู้ป่วยมีพฤติกรรมอารมณ์ผิดปกติ ให้สามารถกลับมาอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง ซึ่งช่วยให้ผู้ป่วยเข้าใจโรคหรือปัญหาที่เผชิญอยู่และใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุขมากขึ้น

ผลวิจัยพบว่า การทำจิตบำบัดควบคู่ไปกับการรักษาด้วยยานั้น ให้ผลดีกว่าการรักษาด้วยยาเพียงอย่างเดียว ลดอัตราการกลับมาป่วยซ้ำลดลง และยังสามารถป้องกันการกลับมาป่วยซ้ำได้ผลดีอีกด้วย ดังตัวอย่างใน ผู้ป่วยโรคซึมเศร้า จะมีอัตราการป่วยซ้ำเหลือเพียงร้อยละ 28 ขณะที่การรักษาด้วยยาเพียงอย่างเดียวนั้น จะป่วยซ้ำถึงร้อยละ 60

ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าหรือผู้ป่วยด้วยโรคจิตเวชอื่นๆ เช่น โรควิตกกังวล (Anxiety) โรคจิตเภท (Schizophrenia) หรือโรคจิตเวชจากการเสพสารเสพติด เป็นต้น ไม่ได้หายจากยาอย่างเดียว บางคนจำเป็นต้องใช้การปรับความคิดและพฤติกรรม เนื่องจากผู้ป่วยจิตเวชส่วนใหญ่ จะมีความคิดที่บิดเบือนบางประการ เกิดอารมณ์และพฤติกรรมที่เป็นลบ เช่น ผู้ป่วยโรคซึมเศร้า มักคิดว่า ตัวเองถูกตัดออกจากโลกภายนอก มองทุกอย่างในแง่ลบ ไม่สามารถควบคุมการกระทำให้เหมาะสมกับสถานการณ์ จึงต้องใช้กระบวนการทางจิตวิทยา

จีเคยป่วยเป็นโรคซึมเศร้าและได้รับการรักษาด้วยยาอย่างเดียวมายาวนานกว่าห้าปี โดยที่ไม่เคยได้รับการทำจิตบำบัดเลย จนจีกลับมาป่วยซ้ำอีกครั้ง และจีมีโอกาสได้เข้ารับการบำบัดแบบ  CBT มันช่วยให้อาการของจีดีขึ้นเร็วกว่าการรักษาด้วยยาเพียงอย่างเดียวซึ่งเปรียบเทียบได้จากการรักษาครั้งที่ผ่านๆมา แต่จีมีปัจจัยที่เป็นปัญหาทางด้านบุคลิกภาพ และเจ็บป่วยมายาวนาน มีปมในใจที่ต้องได้รับการเยียวยา จนจีได้มาค้นพบการบำบัดอีกอย่างหนึ่งที่ช่วยให้จีหายป่วยและกลับมาใช้ชีวิตที่ปกติสุขได้ รวมทั้งยังสามารถป้องกันการกลับไปป่วยซ้ำได้อีกด้วย นั่นคือ การเยียวยาบำบัดจิตใจและพัฒนาคุณภาพชีวิต (Part-Life Regression Therapy)

หากใครป่วยด้วยโรคซึมเศร้าหรือโรคทางจิตเวช แล้วรักษาด้วยยาอย่างเดียวมานานไม่มีทีท่าว่าจะหายได้ จีขอแนะนำให้เข้ารับการทำ “จิตบำบัด” หรือมองหาการบำบัดที่เหมาะสมกับตัวเอง ด้วยการปรึกษาจิตแพทย์  นักจิตวิทยา หรือผู้เชี่ยวชาญด้านการบำบัดนะคะ

Cr.Photos by Pixabay, Pexels

ที่มา: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม>>>

CBT การบำบัดความคิดและพฤติกรรม

3 COMMENTS

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here