จากบทความ แนะนำหนังสือคุณคือพลาซีโบ (You are the placebo) จีได้พบข้อมูลที่น่าสนใจสำหรับผู้ป่วยโรคซึมเศร้า โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคซึมเศร้าเรื้อรังที่กินยามานานแล้วก็ไม่หายเสียที ซึ่งหลายคนก็ยังคงพึ่งหมอพึ่งยาโดยอาจยังไม่รู้ว่าแท้ที่จริงแล้วนั้น ร่างกายและจิตใจของตัวเราเองนั้นเขาสามารถเยียวยาตัวเองได้ และ ยาไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของโรคซึมเศร้า จีนำข้อมูลและงานวิจัยที่น่าสนใจและเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มาแชร์กัน หายป่วยจากโรคซึมเศร้าด้วย “ยาหลอก” (Placebo) มันจะเป็นไปได้ไหมที่จะหายป่วยจากโรคซึมเศร้าโดยไม่ใช้ยารักษา? ลองอ่านบทความนี้ดูค่ะ

โรคซึมเศร้าเรื้อรังที่หายไปอย่างปาฏิหาริย์

เจนิส ฌอนเฟลด์ (Janis Schonfeld) นักตกแต่งภายใน วัย 46  ปี อาศัยอยู่ที่รัฐแคลิฟอร์เนีย เป็นโรคซึมเศร้าตั้งแต่เธอเป็นวัยรุ่น แต่เธอไม่เคยขอความช่วยเหลือเกี่ยวกับอาการของเธอเลย ในตอนที่เธอมีภาวะซึมเศร้ากำเริบอย่างหนักและกำลังคิดจะฆ่าตัวตาย เธอได้เห็นโฆษณาหนังสือพิมพ์ในปี ค.ศ.1977 ว่าสถาบันประสาทวิทยา UCLA กำลังมองหาอาสาสมัครเพื่อทำการทดสอบยารักษาโรคซึมเศร้าชนิดใหม่ ที่มีชื่อว่า เวนลาฟาซีน (Venlafaxine) หรือ เอฟเฟกเซอร์ (Effexor) เธอจึงได้เข้าร่วมเป็นอาสาสมัคร

ในการทดลองนี้ เจ้าหน้าที่ได้ติดเครื่องบันทึกคลื่นไฟฟ้าในสมอง (electroencephalograph) หรือ EEG ที่ตัวเธอเพื่อติดตามและบันทึกคลื่นสมองเป็นเวลาประมาณ 45 นาที หลังจากนั้นเธอก็ได้รับยาขวดหนึ่งกลับบ้าน แล้วเธอจะต้องกลับมาเข้ารับการตรวจทุกสัปดาห์ พร้อมทั้งตอบคำถามความรู้สึกของเธอ เป็นระยะเวลา 8  สัปดาห์ และตรวจวัดผล EEG ประมาณ  2-3 ครั้ง

เธอรู้ว่าประมาณครึ่งหนึ่งของผู้เข้าร่วมวิจัยจำนวน 51 คน จะได้รับยาจริงเพื่อทดสอบ และอีกครึ่งหนึ่งจะได้รับ พลาซีโบ  (Placebo) หรือ ยาหลอก ทั้งเธอและแพทย์ที่เข้าร่วมงานวิจัยจะไม่รู้ว่าเธอถูกสุ่มให้อยู่ในกลุ่มใด แต่ในตอนนั้นเธอไม่ได้สนใจอะไรแล้ว เพียงแค่หวังว่าเธอจะดีขึ้นได้หลังจากที่เธอต้องต่อสู้กับภาวะซึมเศร้ามาหลายสิบปี หลังจากได้รับยาไม่นานเธอรู้สึกดีขึ้นอย่างมากเป็นครั้งแรกในชีวิต แล้วก็คิดว่าเธอได้รับยาจริงอย่างแน่นอน ไม่ใช่ยาหลอก เพราะมีอาการคลื่นไส้ซึ่งเป็นอาการหนึ่งที่เป็นผลข้างเคียงของยา แม้แต่พยาบาลที่พูดคุยกับเธอทุกสัปดาห์ก็คิดเช่นนั้น

หลังจากสิ้นสุดงานวิจัย เธอรู้สึกราวกับเป็นคนใหม่และไม่ต้องการที่จะฆ่าตัวตายอีกต่อไป แต่สิ่งที่น่าประหลาดใจและทำให้เธอตกใจเป็นอย่างมาก เพราะความจริงถูกเปิดเผยว่า เธอถูกจัดอยู่ในกลุ่มพลาซีโบหรือได้รับยาหลอก มันจะเป็นไปได้อย่างไรในเมื่อยาที่เธอกินนั้นมันมีผลข้างเคียงเกิดขึ้นแล้วก็ทำให้อาการของเธอนั้นดีขึ้นจริง ๆ เธอขอให้แพทย์ตรวจสอบบันทึกอีกครั้ง แพทย์ยืนยันว่ายาที่เธอได้รับนั้นคือน้ำตาลอัดเม็ดหรือเป็นเพียงพลาซีโบเท่านั้น

ผลการวิจัยพบว่า 38% ของผู้ที่อยู่ในกลุ่มพลาซีโบรู้สึกดีขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับ 52% ในกลุ่มที่ได้รับยาเอฟเฟกเซอร์ และสิ่งที่ทำให้นักวิจัยประหลาดใจมากขึ้นไปอีก ก็คือ นอกจากผู้ป่วยที่มีอาการคล้ายกับฌอนเฟลและมีอาการดีขึ้นเมื่อได้รับพลาซีโบแล้ว ยังมีรูปแบบคลื่นสมองที่เปลี่ยนไปจริง ๆ ผล ที่บันทึกตลอดช่วงของการวิจัยแสดงให้เห็นว่า การทำงานของคอร์เทกส่วนหน้า (prefrontal cortex) เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด (ซึ่งในผู้ป่วยโรคซึมเศร้าปกตินั้น สมองส่วนนี้จะมีการทำงานที่ต่ำมาก)

เป็นไปได้อย่างไรที่น้ำตาลอัดเม็ดหรือพลาซีโบนั้นจะช่วยบรรเทาอาการของโรคซึมเศร้าเรื้อรัง และยังทำให้เกิดผลข้างเคียงอย่างอาการคลื่นไส้? แต่มันเป็นไปแล้วเพราะเห็นได้จากงานวิจัยที่ฌอนเฟลมีอาการเช่นนั้น พลาซีโบนอกจากจะมีผลต่อร่างกายและจิตใจเธอแล้วยังมีผลต่อสมองอีกด้วย เธอไม่ได้แค่รู้สึกดีขึ้น แต่เธอดีขึ้นจริง ๆ และ 12 ปีหลังจากนั้นเธอก็ยังคงรู้สึกดีตลอดมา

พลาซีโบได้ผลดีกว่ายารักษาโรคซึมเศร้า

เออร์วิง เคิร์ช (Irving Kirsch) นักจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยคอนเนตทิคัต (University of Connecticut) ได้พบว่าในงานศึกษาวิจัยที่ตีพิมพ์เกี่ยวกับยารักษาโรคซึมเศร้าในปี ค.ศ. 1998 มีการทดลองทางการแพทย์แบบสุ่มอำพรางฝ่าย 19 การทดลองในผู้ป่วยมากกว่า 2,300  คนนั้น ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นโดยส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นผลมาจากยารักษาโรคซึมเศร้า แต่เป็นผลมาจากพลาซีโบ ซึ่งทำให้เขารู้สึกประหลาดใจ จึงได้ทำการวิเคราะห์อภิมาน (meta-analysis) ครั้งที่ 2 กับเพื่อนร่วมงานของเขา

โดยเขาได้ศึกษาการทดลองทางการแพทย์ 35 การทดลอง ที่ศึกษายารักษาโรคซึมเศร้า 4 ใน 6 ชนิด ที่แพทย์สั่งจ่ายมากที่สุดระหว่างปี ค.ศ. 1987-1999 เมื่อพิจารณาข้อมูลของผู้ป่วยมากกว่า  5,000 คน นักวิจัยพบอีกครั้งว่า พลาซีโบให้ผลดีพอ ๆ กับยารักษาโรคซึมเศร้าที่เป็นที่นิยมอย่าง โปรแซค (Prozac) เอฟเฟกเซอร์ (Effexor) เซอร์โซน (Serzone) และแพ็กซิล (Paxil) ถึง  81% และโดยส่วนใหญ่ของกรณีที่เหลือที่ระบุว่ายาให้ผลดีกว่านั้น มีผลต่างที่น้อยมากจนไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ มีเพียงกรณีของผู้ป่วยที่มีอาการซึมเศร้าอย่างรุนแรงเท่านั้นที่ยาให้ผลที่ดีกว่าพลาซีโบอย่างชัดเจน

Thumbnail Seller Link
คุณคือพลาซีโบ
ดร.โจ ดิสเพนซา
www.mebmarket.com
มันเป็นไปได้หรือไม่ ที่เราจะหายจากโรคได้ด้วยการใช้ความคิดเพียงอย่างเดียว โดยไม่ใช้ยาหรือการผ่าตัดใดๆ? ความจริงแล้ว สิ่งนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้งกว่าที่ค…
Get it now

สิ่งที่เคิร์ชตีพิมพ์เป็นหลักฐานแสดงให้เห็นว่าร่างกายของเรามีสติปัญญาภายในที่ทำให้สามารถสร้างสารเคมีที่มีฤทธิ์ในการรักษาโรคได้ตามธรรมชาติ และสิ่งที่จีอยากจะบอกกับเพื่อน ๆ ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าและโรคทางจิตเวชอื่น ๆ ว่า ยาอาจจะเป็นเพียงตัวเลือกหนึ่งและไม่ได้ตอบโจทย์ความเจ็บป่วยของทุกคน หากรักษาด้วยยามานานแล้วยังไม่หายเสียที การเยียวยาบำบัดทางเลือกและการใช้ความคิดแบบพลาซีโบ ซึ่งเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการใช้ความคิดในการรักษาโรคที่มีมาเนินนานนั้น ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ดี ที่จะช่วยให้เราสามารถหายป่วยได้ ซึ่งหลักการสำคัญของการรักษาแบบพลาซีโบนั้นคือ การใช้วิธีการคิดสร้างการเปลี่ยนแปลงภายในสุขภาพของคนเรานั่นเอง

จีหวังว่าบทความ หายป่วยจากโรคซึมเศร้าด้วย “ยาหลอก” (Placebo) จะเป็นประโยชน์และให้แง่คิดดี ๆ ที่จะช่วยให้เพื่อนผู้ป่วยโรคซึมเศร้าหรือโรคทางจิตเวช ได้ตระหนักถึงข้อเท็จจริงในการรักษามากขึ้นนะคะ

เครดิตข้อมูล  : หนังสือคุณคือพลาซีโบ (You are the placebo)

All Photos by Pixabay.com

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม : พัฒนากรอบความคิด (Mindset) เปลี่ยนชะตาชีวิตตนเอง

เพิ่มเพื่อน

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here