มีเพื่อนผู้ป่วยโรคซึมเศร้ามากมายที่เข้ามาพูดคุยกับจีทางเพจเฟสบุ๊ค ที่ยังคงติดอยู่กับความรู้สึกหดหู่ ท้อแท้ สิ้นหวัง มองไม่เห็นทาง ไม่รู้ว่าจะก้าวข้ามปัญหาและอุปสรรคในชีวิตที่ต้องเผชิญอยู่ไปได้อย่างไร และมีคำถามเข้ามาว่าจีเคยติดอยู่กับรู้สึกแบบนี้ไหม? แล้วมันจะหายไปเมื่อไหร่? แล้วจะรู้สึกดีขึ้นและพ้นจากความรู้สึกเหล่านี้ได้อย่างไร? ความรู้สึกเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้กับคนเราทุกคนแม้กระทั่งคนที่ไม่ได้ป่วยเป็นโรคซึมเศรัา แต่ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าจะมีมากกว่าหลายเท่านักเพราะสารเคมีในสมองที่ขาดสมดุลทำให้ความรู้สึกนึกคิดเราเปลี่ยนแปลงไปในด้านลบ แต่เราก็สามารถที่จะฝึกรับมือและจัดการกับความรู้สึกเหล่านี้ได้ เพียงแต่เราต้องฝึกและให้เวลากับตัวเราเอง จีมี 5วิธี ก้าวข้ามความรู้สึกหดหู่ ท้อแท้ สิ้นหวัง ในแบบของจีมาแชร์กันค่ะ

จีเคยติดอยู่กับความรู้สึกเหล่านี้นานพอสมควร ซึ่งมันเป็นความรู้สึกที่คนที่มีโรคซึมเศร้าส่วนใหญ่ต้องเผชิญ จีคิดว่าเป็นเพราะว่าเราแบกปัญหาที่สะสมไว้มานานและมากเกินไป สะสมทั้งความเครียด และความวิตกกังวลจนจิตใจเราย่ำแย่  จนไม่สามารถจัดการหรือรับมือกับปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้ บวกกับอาการของโรคซึมเศร้าที่รุมเร้า และความเครียดที่เกิดจากความขัดแย้งภายในจิตใต้สำนึกที่สะสมมายาวนานตั้งแต่ในวัยเด็ก ส่งผลต่อมุมมองทางความคิดของเราให้ผิดเพี้ยนไป เราจะมองเห้นแต่ปัญหา โดยอาจจะหลงลืมในการโฟกัสไปที่การแก้ปัญหา จีจึงฝึกปรับเปลี่ยนมุมมองทางความคิดหรือทัศนคติของตัวเองใหม่และค้นพบวิธีที่ช่วยพาตัวเองก้าวข้ามความรู้สึกหดหู่ ท้อแท้ สิ้นหวังไปได้ในที่สุด

5 วิธี ก้าวข้ามความรู้สึกหดหู่ ท้อแท้ สิ้นหวัง

1. ตั้งสติและทำความเข้าใจ

ผู้ป่วยโรคซึมเศร้ามักจะจมอยู่กับความรู้สึกหดหู่ ท้อแท้ สิ้นหวังยาวนาน เป็นเพราะใจเรายังไม่อาจยอมรับความจริงที่เกิดขึ้นได้ และความรู้สึกเหล่านี้เป็นความรู้สึกที่ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าส่วนใหญ่ต้องเผชิญ หากเราทำความเข้าใจและยอมรับว่ามันเป็นอาการของโรคที่เกิดขึ้นเพียงช่วงหนึ่ง มันไม่ได้อยู่กับเราตลอดชีวิตและเบี่ยงเบนความสนใจจากอาการที่เป็นมาหาวิธีแก้ไข โดยพยายามปรับความคิดและทัศนคติให้เป็นไปในด้านบวก เพื่อเสริมแรงรับมือกับความคิดด้านลบที่เป็นอยู่ เราจะเริ่มมองเห็นทางออกที่ดีได้

2. คุยกับผู้เชี่ยวชาญเพื่อขอคำปรึกษาแนะนำ

การพูดคุยกับนักจิตวิทยาหรือผู้ให้คำปรึกษาที่คอยรับฟังเรา จะช่วยให้เราได้ระบายความรู้สึกภายในใจที่เก็บกดเอาไว้ออกมาได้และจะช่วยให้เรารู้สึกดีขึ้น อีกทั้งผู้เชี่ยวชาญยังสามารถช่วยสะท้อนให้เห็นทางออกของปัญหาที่เรากำลังเผชิญอยู่ การได้พูดคุยกับคนที่เข้าใจหรือผู้เชี่ยวชาญจะทำให้เรามองเห็นทางมากขึ้น

3. วางแผนและตั้งเป้าหมาย

การวางแผนและตั้งเป้าหมายชีวิตหรือสิ่งที่เราจำเป้นต้องทำในแต่ละวัน จะช่วยให้ชีวิตและจิตใจเรามีทิศทางมากขึ้น เราจะสามารถจัดการกับปัญหาหรือสาเหตุสำคัญ ที่มีผลกระทบต่อชีวิตและจิตใจเราตามลำดับความสำคัญได้ เลือกทำในสิ่งที่สำคัญที่สุดก่อน เริ่มจากตั้งเป้าหมายเล็ก ๆ และลดคาดหวังลงต้องค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไป เพื่อไม่ให้ตัวเองรู้สึกกดดันมากนัก

4. หลีกเลี่ยงสถานการณ์หรือผู้คนที่ทำให้เรารู้สึกกดดัน

การหลีกเลี่ยงสถานการณ์หรือผู้คนที่ทำให้เรารู้สึกกดดันนั้นจะเป็นการช่วยให้เราไม่เพิ่มความกดดันให้ใจเราเองมากขึ้น หรือไม่ตอกย้ำให้เรารู้สึกแย่ ท้อแท้ หดหู่และสิ้นหวังมากขึ้นไปอีก เพราะช่วงนั้นความรู้สึกของเราจะอ่อนไหวมากกว่าคนปกติทั่วไป เวลาที่เราต้องเจอกับสถานการณ์หรือผู้คนที่ทำให้เรารู้สึกกดดัน เราจะไม่สามารถรับมือได้เหมือนตอนปกติ

5. ฝึกให้กำลังใจตัวเองอยู่เสมอ

ฝึกทำสิ่งดี ๆ ที่ทำให้เรารู้สึกดี เพื่อสร้างกำลังใจให้ตัวเองในทุก ๆ วัน โดยเริ่มจากสิ่งเล็ก ๆ ที่เราสามารถทำได้ เพื่อเป็นแรงผลักดันให้เรามีความหวังและมีกำลังใจมากขึ้น ฝึกขอบคุณและชื่นชมตัวเองบ้างเพื่อให้เรามองเห็นคุณค่าและศักยภาพที่ดี ด้านดีของตัวเราเอง เพราะมันจะเป็นการช่วยสร้างกำลังใจหรือพลังใจที่ดีที่จะช่วยให้เราสามารถพาตัวเองก้าวข้ามช่วงเวลาที่เรารู้สึกแย่ไปได้ง่ายขึ้น

ความรู้สึกหดหู่ ท้อแท้ สิ้นหวัง  มันก็เป็นอีกความรู้สึกหนึ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้เสมอในโลก(โรค)ซึมเศร้า แต่ถ้าหากเราทำความเข้าใจกับโรคและเข้าใจตัวเราเอง ให้มากขึ้นเพื่อหาวิธีรับมือและจัดการกับมัน เราก็จะสามารถก้าวข้ามผ่านความรู้สึกเหล่านั้นไปได้  เป็นกำลังใจให้เพื่อน ๆ ทุกคนค่ะ

Photos by Pixabay.com

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม>>>

หลุมดำแห่งความรู้สึกในโรคซึมเศร้า

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here