คุณกำลังทุกข์เพราะความคิดของตัวเองอยู่หรือเปล่า? หากคุณกำลังรู้สึกว่าทำไมชีวิตตัวเองถึงต้องเจอแต่เรื่องที่ทำให้ทุกข์ใจ ไม่สบายใจ ขุ่นข้องหมองใจอยู่เสมอ ลองเปิดใจอ่านบทความนี้เพื่อที่คุณจะได้กลับมาสำรวจความคิดและจิตใจตัวเอง และอาจจะได้ตระหนักรู้ถึงต้นตอหรือสาเหตุที่แท้จริง ที่มันสร้างความทุกข์ให้กับคุณได้มากขึ้น หลายคนไม่รู้ตัวว่าที่ตัวเองกำลังทุกข์ใจอยู่นั้น ไม่ใช่เพราะใครหรืออะไรที่ทำให้ตัวเองทุกข์ แต่ตัวเองเป็นคนสร้างความทุกข์เกินจำเป็นให้กับตัวเองอยู่ อาจจะเป็นเพราะ นิสัย หรือ รูปแบบทางความคิด ของตัวเราเองที่เป็นอัตโนมัติ หรืออาจจะเป็นคนที่มักจะชอบโทษคนอื่นหรือสิ่งต่าง ๆ รอบตัว จนลืมหันกลับมามองที่ตัวเอง จึงไม่สามารถแก้ปัญหาที่แท้จริงหรือก้าวข้ามความทุกข์เดิม ๆ ได้ ทำให้ชีวิตวนลูปอยู่กับความทุกข์เดิม ๆ อยู่ร่ำไป จีเองก็เคยเป็นเช่นนั้น จีนำ 5 ข้อคิด เพื่อการตระหนักรู้ สำหรับคนที่ทุกข์เพราะความคิดของตัวเอง มาแชร์กันค่ะ

5 ข้อคิด สำหรับคนที่ทุกข์เพราะความคิดของตัวเอง

1. ทุกข์เพราะความคิดเยอะ คิดมาก คิดเล็กคิดน้อย คิดฟุ้งซ่าน แต่บางทียังไม่รู้ตัวเพราะคิดแบบนั้นจนเป็นความเคยชินหรือเป็นนิสัย หรือรู้ตัวแต่ไม่ยอมเปลี่ยน เพราะมีกรอบความคิดแบบยึดติด (Fixed Mindset) ข้อมูลทางจิตวิทยาได้บอกว่า “ในแต่ละวันคนเรานั้นมีความคิดเกิดขึ้นได้มากมายประมาณ 60,000-80,000 ความคิด และที่น่าตกใจคือ ความคิดส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นนั้นเป็นความคิดที่ไร้ประโยชน์”

หากคุณยังปล่อยให้ตัวเองคิดมาก คิดฟุ้งซ่านไปเรื่อย โดยไม่กลับมาสำรวจความคิดและฝึกจิตฝึกใจตัวเองให้มีสติรู้เท่าทันความคิด คุณจะรู้สึกเหนื่อยใจ หมดพลัง เพราะสมองที่เป็นอวัยวะที่มีสัดส่วนเพียง 20% ของร่างกายนั้น แต่มันใช้พลังงานมากกว่าการทำงานของอวัยวะอื่น ๆ มาก ซึ่งถ้าหากคุณยังปล่อยให้ตัวเองคิดไร้ประโยชน์แบบนั้น มันก็จะยิ่งทำให้คุณวนอยู่กับความทุกข์และความเหนื่อยใจอยู่ร่ำไป เพราะฉะนั้นเราควรฝึกตัวเองให้เลือกคิดแต่เรื่องที่เป็นประโยชน์จะดีกว่านะคะ

2. สำหรับคนขี้กังวล เป็นคนที่มีความคิดที่ชอบสร้างความกลัว ความวิตกกังวลให้ตัวเอง คิดวนลูปแต่เรื่องเดิม ๆ ที่ทำให้ตัวเองเครียดและกลัวมากเกินความเป็นจริง เหมือนคิดวนอยู่ในอ่าง ติดอยู่ในรูปของความคิดที่สร้างความกลัว ความกังวล ความไม่สบายใจ ชอบคิดวนไปเสียดายหรือทุกข์อยู่กับอดีตที่ผ่านมา หรือไม่ก็จินตนาการมโนภาพไปถึงอนาคตที่ห่างไกลที่ยังมาไม่ถึง เลยทำให้ชีวิตในปัจจุบันนั้นไร้สุข

การฝึกมีสติให้จิตใจกลับมาอยู่กับปัจจุบันขณะบ่อย ๆ จะช่วยให้หลุดออกมาจากโลกความคิดที่ตัวเองสร้างขึ้นมาได้มากขึ้น ความรู้สึกกลัวหรือความรู้สึกกังวล เป็นผลมาจากความคิด ลองสำรวจและฝึกรู้เท่าทันความคิดที่เกิดขึ้นว่าเรามีความคิดอะไรที่กำลังสร้างความรู้สึกกลัว แล้วปรับเปลี่ยนความคิดไปคิดในแง่ดีแง่บวกเพื่อเบี่ยงเบนความคิดจะได้ลดความรู้สึกกลัวหรือกังวลลงได้ หมั่นฝึกคิด พูดและทำสิ่งดี ๆ ในปัจจุบันที่เราควรทำ แล้วปลอบโยนตัวเองบ่อย ๆ ว่า “อดีตได้ผ่านไปแล้ว เราไม่สามารถกลับไปแก้ไขได้ แต่เราจะทำปัจจุบันให้ดีที่สุด เมื่อปัจจุบันดีแล้ว อนาคตจะดูแลตัวมันเอง และอนาคตย่อมดีแน่นอน”

3. เป็นทุกข์เพราะฝืนห้ามตัวเองไม่ให้คิด พอคิดลบแล้วทุกข์เลยพยายามห้ามความคิดไม่ให้เกิด พยายามที่จะหยุดคิดหรือกำจัดความคิดนั้น แต่ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ พอห้ามความคิดตัวเองไม่ได้ก็รู้สึกหงุดหงิดทุกข์ใจแล้วยิ่งฟุ้งซ่านมากขึ้นไปอีก ความจริงก็คือ เราไม่สามารถห้ามความคิดไม่ให้เกิดขึ้นได้ แต่เราสามารถเปลี่ยนความคิดได้

หากคุณต้องการที่จะฝึกรับมือกับความคิดด้านลบของตัวเอง จงฝึกมีสติรู้เท่าทันความคิดลบอัตโนมัติที่เกิดขึ้น แล้วเปลี่ยนความคิดซะ เปลี่ยนไปคิดด้านบวก ด้านดีที่จะทำให้เรารู้สึกดี นี่คือวิธีที่จะช่วยให้คุณลดความทุกข์ทางใจลงได้

4. ชอบตัดสินทุกเรื่องตัดสินทุกคนที่ได้พบเห็น แล้วมโนหรือคิดไปเองว่ามันต้องเป็นอย่างที่เราคิด คนที่ชอบคิดวิเคราะห์หรือตัดสินคนอื่น และอาจเผลอเอาตัวเองเป็นบรรทัดฐาน หรือตัดสินจากประสบการณ์ของตัวเองแบบยึดติดซึ่งเป็นรูปแบบทางความคิดที่ทำให้ชีวิตเป็นทุกข์ ทั้งที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว จะทุกข์เพราะความไม่พอใจ ไม่ชอบใจในสิ่งที่ตัวเองเห็น เพราะมักจะมีรูปแบบทางความคิดชอบติดสินแค่ถูกหรือผิด ขาวหรือดำ ชอบตั้งคำถามว่าทำไม แล้วพยายามหาคำตอบ ถ้ายังไม่ได้คำตอบที่ตรงใจก็จะวนถามตัวเองถามคนอื่นจนตัวเองเครียด หงุดหงุด วุ่นวายใจ แล้ววนลูปเพราะชอบตั้งคำถามที่พาตัวเองวนลูปติดอยู่กับปัญหา โดยไม่รู้ตัวและไม่ได้ตั้งคำถามเพื่อหาวิธีแก้ปัญหา หรือบางทีก็อาจลืมไปว่า เราไม่จำเป็นต้องรู้ทุกเรื่องก็ได้ โดยเฉพาะเรื่องของคนอื่น

ถ้าต้องการลดความทุกข์ทางใจของตัวเองลง ต้องฝึกมีสติมองเหตุการณ์ที่เข้ามากระทบตากระทบใจในมุมมองแบบเอาใจเขามาใส่ใจเรา หรือฝึกมองเฉย ๆ โดยที่ไม่ตัดสิน หรือคิดวิเคราะห์ เพียงแค่มองรับรู้แล้วก็ฝึกดูจิตดูใจตัวเองที่มันดิ้นรน แล้วจะเริ่มปล่อยวางเรื่องราวที่ไม่จำเป็นต้องคิดวิเคราะห์หรือตัดสินเหมือนเดิม ลดภาระทางใจลงไปได้อีกเยอะ แรก ๆ ก็จะทรมานใจกับความเคยชินที่เคยชอบตัดสินแบบอัตโนมัติ แต่เมื่อฝึกไปเรื่อย ๆ ก็จะดีขึ้นเองค่ะ

5. ทุกข์เพราะชอบเก็บเอาเรื่องของคนอื่นมาคิดมาเป็นอารมณ์ของตัวเอง บ่อยครั้งที่เราต้องพบเจอเหตุการณ์หรือเรื่องราวที่เข้ามากระทบใจ หรืออาจจะเป็นเรื่องที่คนอื่นคิด พูด หรือทำไม่ดีต่อเรา  หรือหลายคนชอบช่วยเหลือคนอื่นหรือที่มากไปกว่านั้นก็คือชอบไปยุ่งไปจัดการหรือก้าวก่ายชีวิตคนอื่นมากเกินไป จนทำให้ตัวเองเป็นทุกข์เลยไม่จำเป็นซ้ำ ๆ แต่ไม่เคยตระหนักรู้หรือยังคิดไม่ได้ การเก็บเอาความคิด คำพูดหรือการกระทำของคนอื่นมาคิดซ้ำ ๆ ทั้ง ๆ ที่เหตุการณ์มันก็ผ่านไปแล้ว ซึ่งคนพูดอาจจะลืมไปแล้วหรือไม่ได้คิดอะไร แต่เราตัวเรายังคิดแล้วคิดอีกวนลูปอยู่อย่างนั้น คิดทุกครั้งก็ทิ่มแทงใจตัวเองทุกครั้ง แล้วไม่รู้ตัวเลยว่าบางทีเราทิ่มแทงใจตัวเองไปเป็นร้อยเป็นพันครั้งจนทุกข์ใจสาหัส

ข้อคิดเตือนใจเพื่อช่วยให้ตระหนักรู้และช่วยให้มีสติมากขึ้น บอกตัวเองเสมอว่า “ใครคิดอย่างไร ก็ไม่สำคัญเท่าเราคิดอย่างไรกับตัวเราเอง” หรือบอกตัวเองบ่อย ๆ ให้มีสติตระหนักรู้ว่า “อย่าไปให้ค่ากับคนที่เขาไม่เห็นคุณค่าของเรา” จะได้เลือกแคร์คำพูดของคนที่แคร์เราและรักเราจะดีกว่า และการช่วยเหลือผู้อื่นเป็นสิ่งที่ดีแต่ต้องมีขอบเขต และการรับฟังผู้อื่นจนอินเกินไปแล้วไปรับอารมณ์ความรู้สึกนึกคิดลบ ๆ มาเครียดต่อ ทั้ง ๆ ที่คนเรารับฟังนั้นเขารู้สึกดีขึ้นแล้ว แต่ตัวเราเองยังทุกข์หรือรู้สึกแย่แทนเขา มันก็ไม่ดีต่อตัวเราเอง เพราะฉะนั้นหากอยากช่วยเหลือคนอื่น เราก็จำเป็นต้องฝึกดูแลตัวเองให้ดีด้วย “ทุกคนมีหน้าที่รับผิดชอบอารมณ์ความรู้สึกตัวเองและชีวิตของตัวเอง” เพราะฉะนั้นเมื่อเราทุกข์ใจไม่สบายใจ ก็จงกลับมารับผิดชอบตัวเองก่อน

หากเราหันกลับมาสำรวจตัวเราใจเราเองว่า เรามีวิธีคิดที่มักจะสร้างความทุกข์ให้กับตัวเราเอง เปิดใจยอมรับและยอมที่จะปรับเปลี่ยนและพัฒนาตนเองใหม่แล้ว เราก็จะมีความสุขกับชีวิตได้ง่ายขึ้นและมากขึ้นอีกเยอะเลยนะคะ จีหวังว่า 5 ข้อคิด เพื่อการตระหนักรู้ (สำหรับคนที่ทุกข์เพราะความคิด) จะเป็นประโยชน์กับเพื่อน ๆ นะคะ

All Photos by Pixabay.com

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม : พัฒนากรอบความคิด (Mindset) เปลี่ยนชะตาชีวิตตัวเองใหม่

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here