“โรคซึมเศร้า” สร้างความเปลี่ยนแปลงให้ชีวิตและจิตใจเราได้อย่างมากมายและมันเป็นไปในทิศทางที่แย่ลง จนผู้ป่วยโรคซึมเศร้าส่วนใหญ่ไม่อาจสามารถยอมรับความเจ็บป่วยทางใจนี้ได้และทำให้รู้สึกทุกข์ทรมานใจเป็นอย่างมาก เพราะมันเป็นโรคทางใจที่ไม่สามารถมองเห็นได้แล้วก็เป็นโรคที่ยากจะอธิบายให้ใครเข้าใจ แม้กระทั่งตัวผู้ป่วยเองยังไม่ค่อยเข้าใจโรคและไม่ค่อยเข้าใจตัวเอง ไม่รู้ว่าจะรับมือกับอาการของโรคและสิ่งที่ตัวเองกำลังเผชิญได้อย่างไร? จีนำ 9 คำแนะนำ สำหรับผู้ป่วยโรคซึมเศร้า มาเชร์เพื่อให้เพื่อน ๆ ได้ตระหนักรู้และอยู่กับโรคอย่างเข้าใจ รวมทั้งจะได้ช่วยในการปรับตัวปรับใจกับความเปลี่ยนแปลงที่เราจำเป็นต้องฝึกรับมือและจัดการเพื่อดูแลตัวเราเองและวางใจเราให้ถูกที่ถูกทางไม่ทุกข์ไปกับโรคซึมเศร้าจนมากเกินไปค่ะ

9 คำแนะนำ สำหรับผู้ป่วยโรคซึมเศร้า

1. อย่าคาดหวังว่าจะหายป่วยจากโรคซึมเศร้าโดยเร็ว เพราะโรคซึมเศร้าเป็นความเจ็บป่วยเรื้อรังที่ต้องใช้เวลาในการรักษายาวนานกว่าโรคทางกายทั่วไป

2. หลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่ซับซ้อนหรือกดดัน (หากเป็นไปได้) เพราะเมื่อป่วยเป็นโรคซึมเศร้าแล้วจะไม่สามารถรับมือกับสถานการณ์หรือความกดดันได้เหมือนเป็นปกติ

3. อย่าตั้งเป้าหมายในการทำงานและการปฏิบัติตัวที่ยากเกินไป เพราะเมื่อป่วยเป็นโรคซึมเศร้าแล้วสมาธิ สติและประสิทธิภาพในการเรียน การทำงานและการใช้ชีวิตของเราจะลดลง หากกดดันตัวเองจนเกินไปหรือตั้งเป้าหมายที่ยากเกินไป เมื่อเราทำไม่ได้ก็จะทำให้เรารู้สึกผิดหวังได้มากและรู้สึกแย่ลง อาการก็จะแย่ลงตามไปด้วย

Thumbnail Seller Link
7 เคล็ดลับ เอาชนะโรคซึมเศร้าด้วยตัวเราเอง
ศศินา แบล็ค
www.mebmarket.com
จีเป็นอดีตผู้ป่วยโรคซึมเศร้า ที่เคยป่วยแบบไม่รู้ตัวมาก่อนและรักษาตัวมายาวนานเกือบ 10 ปี ใช้ชีวิตอย่างทุกข์ทรมานกับความเจ็บป่วยทางใจ และไม่คิดว่าตัวเอง…
Get it now

4. ออกกำลังกาย การออกกำลังกายนอกจากจะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงแล้ว ยังช่วยให้สารเคมีในสมองสมดุลขึ้น ช่วยให้คลายความเศร้า อารมณ์แจ่มใสขึ้น การกินและการนอนหลับจะดีขึ้น ระบบขับถ่ายก็ดีขึ้นด้วย ถ้าหากได้ออกกำลังกายร่วมกับผู้อื่นด้วยจะช่วยในเรื่องการปรับตัวในการเข้าสังคม และไม่ทำให้ตัวเองรู้สึกว่าโดดเดี่ยว การออกกำลังกายที่ดีที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำสำหรับผู้ป่วยโรคซึมเศร้า เช่น การเดิน การวิ่ง ว่ายน้ำ เต้นแอโรบิกและการออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่ง เป็นต้น

5. ทำกิจกรรมที่ทำให้เกิดความรู้สึกที่ดีหรือกลับไปทำกิจกรรมที่เราเคยชอบและมีความสุข  เช่น วาดรูปหรือระบายสี  ไปเที่ยวภูเขาหรือชายทะเล ไปเดินเล่นในสวนสาธารณะที่มีธรรมชาติสีเขียว ทำกิจกรรมกับครอบครัวหรือเพื่อน ๆ  เป็นต้น

6. อย่าด่วนตัดสินใจเรื่องสำคัญต่อชีวิต เช่น เรื่องการลาออกจากงาน การหย่า เป็นต้น เพราะในช่วงเวลาที่เราอยู่ในภาวะซึมเศร้าเราจะมองสิ่งต่าง ๆ ในแง่ลบและใช้อารมณ์ตัดสิน อาจทำให้การตัดสินใจนั้นผิดพลาดได้ ควรเลื่อนการตัดสินใจนั้นออกไปก่อน หากเห็นว่าเรื่องนั้นเป็นปัญหาที่สร้างความกดดันเป็นอย่างมากจนเราไม่สามารถรับมือได้หรือส่งผลให้เรารู้สึกแย่ลงและจมอยู่กับปัญหามองไม่เห็นทางออกที่ดีควรปรึกษาคนที่เราไว้ใจหรือผู้เชี่ยวชาญ

7. ฝึกมองและแยกแยะปัญหา จัดลำดับความสำคัญของปัญหา เมื่อเราป่วยเป็นโรคซึมเศร้าแล้วจะรู้สึกว่าไม่สามารถรับมือและจัดการกับปัญหาได้เหมือนเดิม เราจะรู้สึกว่าปัญหามันถาโถมแล้วเราก็จะรวมปัญหาทุกอย่างไว้ด้วยกันจนรู้สึกว่าปัญหามันใหญ่และมองไม่เห็นทางออก เราจะรู้สึกท้อแท้และเหนื่อยล้าไม่สามารถแก้ปัญหาได้

8. จงรักและเมตตาตัวเองให้มากขึ้น อย่าคาดหวังหรือกดดันตัวเองมากเกินไปที่จะทำอะไรได้เหมือนปกติ เพราะเรากำลังเจ็บป่วย ให้เวลาร่างกายและจิตใจเราได้เยียวยาตัวเอง เปิดใจเรียนรู้และพัฒนาตัวเองเพื่อหาแนวทางในการดูแลเยียวยาตัวเองที่ดี เราจะได้มีพลังใจในการใช้ชีวิตในช่วงเวลาที่เราเจ็บป่วยและรู้สึกว่าไม่มีใครเข้าใจเราได้ดีขึ้น

9. เตือนตัวเองว่า “โรคซึมเศร้า ไม่ใช่เรา” ในเวลาที่เราไม่สามารถใช้ชีวิตได้เหมือนปกติ ทำอะไรไม่ได้เหมือนเดิม หรือรู้สึกสิ้นหวัง บอกตัวเองว่าส่วนหนึ่งมันเป็นอาการของโรค เราไม่ได้เป็นแบบนี้ตลอดไป เราจะสามารถมีอาการดีขึ้น หายจากโรคได้แล้วสามารถกลับไปใช้ชีวิตปกติสุขได้

จีหวังว่า 9 คำแนะนำ สำหรับผู้ป่วยโรคซึมเศร้า ที่มาจากข้อมูลของผู้เชี่ยวชาญและประสบการณ์ของตัวเองนี้จะช่วยเป็นแนวทางในการดูแลตัวเองที่ดีของเพื่อนผู้ป่วยโรคซึมเศร้าได้ ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนก้าวข้ามผ่านโรคซึมเศร้าไปได้นะคะ

อ้างอิงข้อมูล : Ramamental.mahidol.ac.th

All Photos by Pixabay.com

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม >>> 4 สิ่ง ที่ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าต้องปรับแล้วอาการจะดีขึ้น

แอดไลน์เพิ่มเพื่อนพูดคุยเกี่ยวกับการรักษาและการเยียวยาบำบัดโรคซึมเศร้าทางเลือก

เพิ่มเพื่อน

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here