โรคซึมเศร้า

“โรคซึมเศร้า” เป็นโรคทางจิตเวชชนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นความเจ็บป่วยทางใจที่คนส่วนใหญ่มักจะเข้าใจผิดหรือไม่เข้าใจในโรคนี้ แม้กระทั่งตัวจีเองหรือผู้ป่วยโรคซึมเศร้าส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ความเข้าใจ จึงส่งผลให้เจ็บป่วยกันยาวนาน หลังจากที่ได้รับการรักษาโรคซึมเศร้าด้วยยาอย่างเดียวมาประมาณ 5 ปี แล้วหยุดยาเองโดยที่ไม่ได้ปรึกษาคุณหมอก่อน  ความไม่เข้าใจในโรคซึมเศร้าและความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ มันจึงทำให้ชีวิตจีดิ่งลงสู่หุบเหวแห่งหลุมดำในโรคซึมเศร้าอีกครั้งจนเกือบฆ่าตัวตายอีกรอบแต่ในที่สุดก็รอดมาได้ เพราะจีหันกลับมา ทักทายเพื่อนร่วมทางเดินชีวิต “โรคซึมเศร้า” ที่จีวิ่งหนีมันมาตลอด และเมื่อทำความรู้จักกับโรคซึมเศร้าอย่างจริงจัง จีได้ค้นพบ ความจริงของ “โรคซึมเศร้า”  ที่ทำให้จีได้เรียนรู้ที่จะอยู่กับมันอย่างเข้าใจแล้วพาตัวเองก้าวข้ามผ่านเส้นทางโรคซึมเศร้าของตัวเองมาได้ โดยที่คุณหมอของจีไม่เคยบอก

โรคซึมเศร้า

โรคซึมเศร้าเป็นความเจ็บป่วยทางใจที่เป็นเรื่องละเอียดอ่อนและไม่ง่ายที่เราจะเข้าใจมัน แต่เราสามารถทำความเข้าใจโดยการหาข้อมูลความรู้ความเข้าใจเพิ่มเติมได้ ซึ่งเมื่อเราลองทำความเข้าใจกับโรคซึมเศร้าให้มากพอ มันจะช่วยให้เราก้าวข้ามผ่านโรคซึมเศร้าของตัวเองไปได้ง่ายขึ้น ยังมีความจริงของโรคซึมเศร้าที่เรายังไม่รู้อีกมากมาย แต่จีจะยกประเด็นที่สำคัญที่จะช่วยให้เราได้ตระหนักรู้และมองเห็นแนวทางในการรับมือและก้าวข้ามผ่านโรคซึมเศร้าไปได้

ความจริงของ “โรคซึมเศร้า” ที่คุณหมอของเรา(อาจ)ไม่เคยบอก

1.สาเหตุของโรคซึมเศร้า

คนส่วนใหญ่ยังเข้าใจผิดคิดว่า “สาเหตุที่แท้จริงของโรคซึมเศร้า” คือสารสื่อประสาทในสมองขาดสมดุลและคิดว่ากินยารักษาเพียงอย่างเดียวก็จะหายได้ เลยกลายเป็นพึ่งยาและเพิ่งหมอเกินจำเป็น ซึ่งสาเหตุที่แท้จริงที่ก่อให้เกิดโรคซึมเศร้านั้น ยังไม่มีงานวิจัยใดยืนยันแน่ชัด และยังมีปัจจัยที่สัมพันธ์กับการเกิดโรคซึมเศร้าอีกหลายอย่าง ซึ่งจีเองก็เคยเข้าใจผิดจนกระทั่่งได้ค้นคว้าหาข้อมูลจากทางอินเทอร์เน็ตจึงได้เข้าใจสาเหตุและปัจจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับโรคซึมเศร้า จึงทำให้เข้าใจโรคซึมเศร้ามากขึ้นและมองเห็นแนวทางในการรักษาบำบัดที่เหมาะสมกับตัวเองได้

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม>>> สาเหตุของโรคซึมเศร้าที่แท้จริงคืออะไรคืออะไร?

2. ปัจจัยสัมพันธ์กับการเกิดโรคซึมเศร้าเป็นสิ่งที่เราไม่ควรมองข้าม

ส่วนใหญ่เราจะสนใจการรักษาโรคซึมเศร้าด้วยยาเพื่อปรับสารสื่อประสาทให้สมดุล โดยที่อาจจะไม่ทราบว่าปัจจัยสัมพันธ์กับการเกิดโรคซึมเศร้านั้น แบ่งออกเป็น 2 ปัจจัยใหญ่ ๆ คือ ปัจจัยทางชีววิทยา ได้แก่ พันธุกรรม การเปลี่ยนแปลงของสารสื่อประสาทในสมอง (Neurotransmitters) และการปรับระดับฮอร์โมนในสมอง (Neuroendocrine regulation) ปัจจัยทางจิตสังคม ได้แก่ ความเครียดจากเหตุการณ์ชีวิตและสิ่งแวดล้อม ครอบครัวและบุคลิกภาพ ซึ่งปัจจัยทางจิตสังคมนั้นมีความสำคัญต่อการหายป่วยของโรคซึมเศร้า และมันยังเป็นตัวกระตุ้นอาการที่สำคัญของผู้ป่วยโรคซึมเศร้าอย่างดีอีกด้วย

ถ้าหากรักษาโรคซึมเศร้ามานานแล้วยังไม่หาย ขอแนะนำว่าให้ลองสำรวจปัจจัยทางจิตสังคมดูค่ะ แล้วมองหาการบำบัดที่ตอบโจทย์หรือเหมาะสมกับตัวเราเอง เพื่อเยียวยาแก้ไขและจัดการกับปัจจัยที่เกี่ยวข้อง เราจะมีอาการดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่แล้วหายป่วยจากโรคซึมเศร้าได้

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม>>> โรคซึมเศร้า รากเหง้าของปัญหาและการเยียวยาบำบัดจิตใจ

โรคซึมเศร้า

3. โรคซึมเศร้าของผู้ป่วยแต่ละคนแตกต่างกัน

ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าแต่ละคนจะมีความแตกต่างกันไปตามเหตุตามปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดโรคซึมเศร้า เพราะฉะนั้นการรักษาและการบำบัดก็จะแตกต่างกัน ระยะเวลาในการรักษาก็จะแตกต่างกันด้วย การจะหายป่วยจากโรคซึมเศร้าไม่ใช่เพียงแค่การรักษาด้วยยาเท่านั้น หากผู้ป่วยโรคซึมเศร้ามีปัจจัยอื่น ๆ เข้ามาเกี่ยวข้องจำเป็นต้องได้รับการทำจิตบำบัด หรือการรักษาบำบัดโรคซึมเศร้าทางเลือกอื่น ๆ เพื่อที่จะช่วยให้หายป่วยจากโรคซึมเศร้าและสามารถป้องกันการกลับมาป่วยเป็นโรคซึมเศร้าซ้ำได้อีกด้วย

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม>>> การเยียวยาบำบัดจิตใจและพัฒนาคุณภาพชีวิต

4.โรคซึมเศร้าหายแล้วก็กลับมาป่วยซ้ำได้อีก

จากประสบการณ์ของตัวเองและเพื่อน ๆ ที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า เรามักจะประมาทกับโรคซึมเศร้า เมื่ออาการของโรคซึมเศร้าดีขึ้นก็คิดว่าตัวเองหายแล้วมักจะหยุดยาเอง หรือสามารถหยุดยารักษาโรคซึมเศร้าได้แล้วกลับไปใช้ชีวิตในแบบเดิม ๆ โดยไม่สร้างสมดุลร่างกายและจิตใจ ส่วนใหญ่จะกลับมาป่วยเป็นโรคซึมเศร้าซ้ำอีกและอาจจะมีอาการที่รุนแรงขึ้น คนที่เคยป่วยมาแล้วมีความเสี่ยงสูงที่จะกลับมาป่วยเป็นโรคซึมเศร้าซ้ำอีก และคนที่เคยป่วยมาแล้วเกินสองครั้ง ก็จะมีความเสี่ยงที่สูงต่อการกลับมาป่วยซ้ำได้ในระยะเวลาไม่นานสูงถึง  70%

โรคซึมเศร้า

5. การมีวินัยในการกินยาและให้ความร่วมมือในการรักษาโรคซึมเศร้า

ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าที่ชอบปรับเพิ่มลดยาเอง ชอบหยุดยาเองโดยไม่ปรึกษาคุณหมอ นอกจากจะส่งผลให้การรักษาไม่ได้ผลดีแล้ว ยังทำให้การรักษายากขึ้นอีกด้วย รวมทั้งอาจจะทำให้เกิดอาการถอนยา การดื้อยาและเกิดอาการไม่พึงประสงค์ส่งผลเสียต่อผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจีเองเป็นหนึ่งในนั้นจึงทำให้ต้องป่วยเป็นโรคซึมเศร้าและรักษามายาวนาน คุณหมอที่มักจะย้ำเสมอว่าให้กินยาอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่ได้บอกถึงเหตุผลหรือผลเสียว่าทำไมเราถึงต้องกินยาอย่างต่อเนื่อง

ส่วนใหญ่ผู้ป่วยมักจะคิดว่ายารักษาโรคซึมเศร้าเหมือนยารักษาโรคทั่วไป แต่จริง ๆ แล้วยารักษาโรคซึมเศร้ามีข้อควรระวังและมีผลข้างเคียง ในกรณีที่เรากินยาเพื่อปรับสารสื่อประสาทในสมองให้สมดุลขึ้นแล้ว การหยุดยาในทันทีที่เรายังไม่หายป่วยจะทำให้สารสื่อประสาทที่เกี่ยวข้องกับโรคซึมเศร้าลดระดับลงอย่างรวดเร็วและสามารถส่งผลให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์หรืออาการถอนยาได้

เพราะฉะนั้นหากอยากหายป่วยจากโรคซึมเศร้า เราควรมีวินัยในการกินยาและให้ความร่วมมือในการรักษาโรคซึมเศร้าตามที่คุณหมอแนะนำและไปพบคุณหมอตามนัดหมายนะคะ และถ้าหากมีข้อสงสัยอะไรเกี่ยวกับเรื่องยาควรปรึกษาคุณหมอดีที่สุดค่ะ

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม>>>การถอนยาคืออะไร?ทำไมเราไม่ควรหยุดยาเอง?

6. โรคซึมเศร้ากับอาการทางจิตและโรคจิตเวชที่แทรกซ้อน

ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าบางรายอาจมีอาการทางจิตร่วมด้วย เช่น อาการหลงผิดและประสาทหลอน หรืออาจจะเป็นโรควิตกกังวล โรคแพนิก ร่วมด้วย เป็นต้น ดังนั้นหากมีความวิตกกังวลมากจนเกินไป มีอาการหูแว่ว หรือรู้สึกตื่นตระหนกได้ง่ายผิดปกติจนรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันมากเกินไปควรปรึกษาจิตแพทย์ที่รักษาเราเกี่ยวกับอาการเหล่านี้ด้วย

ยังมี “ความจริงของโรคซึมเศร้า” อีกมากมายที่เราอาจยังไม่รู้และไม่เข้าใจ โดยเฉพาะเรื่องยา แต่เราไม่จำเป็นต้องไปค้นคว้าเพื่อที่จะรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับมัน เพียงแต่เราต้องรู้ในประเด็นที่สำคัญว่าทำยังไงเราถึงจะสามารถรับมือและจัดการกับโรคซึมเศร้าของตัวเราเอง เพื่อก้าวข้ามผ่านมันไปได้แล้วไม่กลับมาป่วยซ้ำอีกจะดีกว่านะคะ

Cr.Photo by Pixabay.com

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม>>>

โรคซึมเศร้ารักษาให้หายได้ไหม? แล้วจะหายขาดไหม?

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here