เครียด วิตกกังวล ซึมเศร้า มาออกกำลังกายเพื่อสุขภาพจิตที่ดีขึ้นกันค่ะ เรารู้กันอยู่แล้วว่าการออกกำลังกายนั้นช่วยให้เรามีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ห่างไกลจากโรคได้ แต่หลายคนอาจจะละเลยเรื่องสุขภาพจิตไป และอาจยังไม่ตระหนักรู้ว่าการออกกำลังกายนั้นดีต่อสุขภาพจิตอย่างไร? ซึ่งมันมีประโยชน์มากมายมากกว่าที่เราคาดคิด จีเองเคยป่วยเป็นโรคซึมเศร้าและโรคทางจิตเวชอื่น ๆ จีขอยืนยันได้เลยว่า “การออกกำลังกายเป็นยาวิเศษ” เพราะมันเป็นตัวช่วยสำคัญมากอีกอย่างหนึ่งที่ช่วยให้จีสามารถลดการใช้ยา หยุดยารักษาและหายป่วยจากโรคได้ เรามาดูว่าการออกกำลังกายดีต่อสุขภาพจิตอย่างไรบ้างนะคะ

ประโยชน์ของการออกกำลังกายที่มีต่อสุขภาพจิต

สำหรับคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำนอกจากจะมีสุขภาพร่างกายที่ดีและแข็งแรงแล้ว สุขภาพจิตก็ดีไปด้วย การวิจัยระบุว่าการออกกำลังกายเพียงเล็กน้อยสามารถสร้างความแตกต่างได้อย่างแท้จริง อีกทั้งคุณหมอหรือผู้เชี่ยวชาญมากมายทั้งในและต่างประเทศแนะนำว่า การออกกำลังกายเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการจัดการกับปัญหาสุขภาพจิต ช่วยปรับพลังงานชีวิตและมุมมองของคุณให้ดีขึ้นได้อีกด้วย นอกจากนี้การออกกำลังกายเป็นประจำยังสามารถส่งผลดีอย่างลึกซึ้งต่อภาวะซึมเศร้า ความวิตกกังวล สมาธิสั้น บรรเทาความเครียดและเพิ่มอารมณ์โดยรวมของคุณอีกด้วย เมื่อคุณออกกำลังกายเป็นประจำจะได้รับประโยชน์ดี ๆ อีกมากมายโดยเฉพาะดีต่อใจหรือสุขภาพจิตของคุณ เช่น

รู้สึกกระฉับกระเฉง กระปรี้กระเปร่าขึ้นตลอดทั้งวัน  รู้สึกผ่อนคลายและคิดบวกมากขึ้น ทั้งต่อตนเองและผู้อื่น

มีความจำและความคิดที่คมชัดยิ่งขึ้น การออกกำลังกายช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของเซลล์สมองใหม่และยังช่วยป้องกันการเสื่อมถอยที่เกี่ยวข้องกับอายุ สารเอ็นดอร์ฟินหรือสารแห่งความสุขในสมองจะหลั่งออกมาช่วยให้คุณรู้สึกดีขึ้น และยังช่วยให้ความคิดเป็นระบบระเบียบมากขึ้น มีสมาธิ สติและความจำที่ดีขึ้นอีกด้วย

เพิ่มความนับถือตนเองที่สูงขึ้น เมื่อคุณออกกำลังกายเป็นประจำจนกลายเป็นนิสัย มันสามารถส่งเสริมความรู้สึกมีคุณค่าในตนเองและทำให้คุณรู้สึกเข้มแข็งและมีพลัง คุณจะรู้สึกดีขึ้นเกี่ยวกับรูปร่างหน้าตาของคุณ และเมื่อบรรลุเป้าหมายการออกกำลังกายเพียงเล็กน้อย คุณจะรู้สึกถึงความสำเร็จ

มีความยืดหยุ่นและความมั่นคงทางใจมากขึ้น เมื่อต้องเผชิญกับความท้าทายทางจิตใจหรืออารมณ์ในชีวิต การออกกำลังกายสามารถช่วยให้คุณสร้างภูมิคุ้มกันและรับมือได้อย่างมีสุขภาพดี แทนที่จะหันไปพึ่งแอลกอฮอล์ ยาเสพติด หรือพฤติกรรมเชิงลบอื่น ๆ ที่ทำให้อาการของคุณแย่ลงในที่สุด การออกกำลังกายเป็นประจำยังช่วยเพิ่มระบบภูมิคุ้มกันและลดผลกระทบจากความเครียดได้

นอนหลับดีขึ้น  การออกกำลังกายช่วยควบคุมรูปแบบการนอนหลับของคุณได้ แม้แต่การออกกำลังกายสั้น ๆ ในตอนเช้าหรือตอนบ่าย หรือแม้กระทั่งการออกกำลังกายเบา ๆ เพื่อผ่อนคลายก่อนนอน เช่น โยคะหรือการยืดเหยียดกล้ามเนื้อเบา ๆ ก็สามารถช่วยส่งเสริมการนอนหลับได้เช่นกัน

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม : 7 เคล็ดลับ “นอนหลับง่าย” แบบไม่ต้องพึ่งยา

การออกกำลังกายช่วยป้องกันและรักษาภาวะซึมเศร้า

การศึกษาวิจัยแสดงให้เห็นว่าการออกกำลังกายสามารถรักษาภาวะซึมเศร้าในระดับเล็กน้อยถึงปานกลางได้อย่างมีประสิทธิภาพเช่นเดียวกับยาแก้ซึมเศร้า แต่ที่ดีกว่าแน่นอน คือ ไม่มีผลข้างเคียง การศึกษาล่าสุดที่ทำโดย Harvard T.H. คณะสาธารณสุขศาสตร์ พบว่า การวิ่งวันละ 15 นาที หรือเดิน 1 ชั่วโมง ช่วยลดความเสี่ยงโรคซึมเศร้าได้ 26% นอกจากการบรรเทาอาการซึมเศร้าแล้ว การวิจัยยังแสดงให้เห็นว่าการออกกำลังกายเป็นประจำสามารถป้องกันคุณจากการกำเริบได้

การออกกำลังกายช่วยให้เรารับมือและจัดการกับภาวะซึมเศร้าอย่างทรงพลังด้วยเหตุผลหลายประการ ที่สำคัญที่สุด มันส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงในสมองทุกประเภท รวมถึงการเติบโตของประสาท การอักเสบที่ลดลง และรูปแบบกิจกรรมใหม่ ๆ ที่ส่งเสริมความรู้สึกสงบและเป็นอยู่ที่ดี นอกจากนี้ยังหลั่งสารเอ็นดอร์ฟินซึ่งเป็นสารเคมีที่ทรงพลังในสมองของคุณซึ่งกระตุ้นจิตวิญญาณของคุณและทำให้คุณรู้สึกดี สุดท้ายการออกกำลังกายยังสามารถช่วยให้เบี่ยงเบนความคิดจากวงจรของความคิดเชิงลบที่เลี้ยงภาวะซึมเศร้าด้วย

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม : ออกกำลังกายบำบัดโรคซึมเศร้า (Exercise Therapy)

การออกกำลังกายช่วยคลายความวิตกกังวล

การออกกำลังกายเป็นการรักษาคลายความวิตกกังวลตามธรรมชาติและมีประสิทธิภาพ ช่วยบรรเทาความตึงเครียด เพิ่มพลังงานทางร่างกายและจิตใจ ช่วยเสริมสร้างความเป็นอยู่ที่ดีผ่านการปล่อยสารเอ็นดอร์ฟิน อะไรก็ตามที่ทำให้คุณเคลื่อนไหวสามารถช่วยได้ แต่คุณจะได้รับประโยชน์มากขึ้นหากคุณพยายามสังเกตความรู้สึกของเท้าที่กระทบพื้น จังหวะการหายใจ หรือความรู้สึกของลมที่พัดมาที่ผิวหนัง การเพิ่มองค์ประกอบการมีสตินี้โดยเน้นที่ร่างกายของคุณจริง ๆ และความรู้สึกขณะออกกำลังกาย ไม่เพียงจะช่วยปรับและฟื้นฟูสภาพร่างกายให้เร็วขึ้นเท่านั้น แต่คุณยังอาจสามารถขัดขวางการไหลของความกังวลอย่างต่อเนื่องที่ไหลผ่านหัวของคุณได้อีกด้วย

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม : กรณีศึกษา เยียวยาบำบัดโรควิตกกังวลด้วยตัวเราเอง , การเยียวยาบำบัดโรควิตกกังวล (แบบไม่ใช้ยา)

การออกกำลังกายช่วยผ่อนคลายความเครียด

เคยสังเกตไหมว่าร่างกายของคุณรู้สึกอย่างไรเมื่อคุณอยู่ภายใต้ภาวะความเครียด? หลายคนมักจะเครียดแบบไม่รู้ตัว ร่างกายไม่เคยโกหกเรา หากคุณอยากรู้ว่าคุณเครียดไหมลองสังเกตร่างกายตัวเองดูนะคะ กล้ามเนื้อของคุณอาจตึง โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า คอ และไหล่ ทำให้คุณปวดหลัง ปวดคอ หรือปวดหัว คุณอาจรู้สึกแน่นหน้าอก ชีพจรเต้นแรง หรือเป็นตะคริวของกล้ามเนื้อ คุณอาจประสบปัญหา เช่น นอนไม่หลับ อิจฉาริษยา ปวดท้อง ท้องร่วง หรือปัสสาวะบ่อย ความกังวลและความรู้สึกไม่สบายจากอาการทางร่างกายทั้งหมดเหล่านี้สามารถนำไปสู่ความเครียดมากยิ่งขึ้น

การออกกำลังกายเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการทำลายวงจรนี้ นอกจากการหลั่งสารเอ็นดอร์ฟินในสมองแล้ว การออกกำลังกายยังช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อและคลายความตึงเครียดในร่างกาย เนื่องจากร่างกายและจิตใจมีความเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด เมื่อร่างกายรู้สึกดีขึ้น จิตใจก็เช่นกัน

การออกกำลังกายลดอาการสมาธิสั้น

การออกกำลังกายเป็นประจำเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดและมีประสิทธิภาพมากที่สุดวิธีหนึ่งในการลดอาการสมาธิสั้น และปรับปรุงสมาธิ แรงจูงใจ ความจำ และอารมณ์ การออกกำลังกายช่วยเพิ่มระดับ dopamine, norepinephrine และ serotonin ของสมองในทันที ซึ่งทั้งหมดนี้ส่งผลต่อการโฟกัสและสมาธิ ด้วยวิธีนี้ การออกกำลังกายจะทำงานในลักษณะเดียวกับยารักษาโรคสมาธิสั้น เช่น Ritalin และ Adderall

การออกกำลังกายสำหรับ PTSD

ผู้ที่มีปัญหาทางจิตใจจากเหตุการณ์ที่กระทบจิตใจอย่างรุนแรงหรือมีความผิดปกติที่เกิดหลังความเครียดที่สะเทือนใจ หรือที่เรียกว่า PTSD (Post-traumatic Stress Disorder) การออกกำลังกายโดยมุ่งเน้นที่ร่างกายของคุณจริง ๆ และความรู้สึกขณะออกกำลังกาย สามารถช่วยให้ระบบประสาทของคุณ “ไม่ติดขัด” ได้จริง และเริ่มเคลื่อนออกจากการตอบสนองความเครียดที่ทำให้เคลื่อนที่ไม่ได้ซึ่งเป็นลักษณะของ PTSD แทนที่จะปล่อยให้จิตใจล่องลอย ให้ใส่ใจกับความรู้สึกทางกายภาพในข้อต่อและกล้ามเนื้อของคุณ แม้กระทั่งภายในขณะที่ร่างกายเคลื่อนไหว การออกกำลังกายที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวไขว้กันและต้องใช้แขนและขาทั้งสองข้าง เช่น การเดิน (โดยเฉพาะบนทราย) วิ่ง ว่ายน้ำ ยกน้ำหนัก หรือเต้นรำ หรืออาจจะเลือกทำกิจกรรมกลางแจ้ง เช่น เดินป่า ล่องเรือใบ ปั่นจักรยานเสือภูเขา ปีนหน้าผา ล่องแก่ง และเล่นสกี เป็นต้น ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้สามารถช่วยลดอาการของ PTSD ได้

ผลลัพธ์จากการออกกำลังกายของผู้ป่วยจิตเวช

จากประสบการณ์ตรงของตัวเองที่ใช้การออกกำลังกายฟื้นฟูเยียวยาร่างกาย สมองและจิตใจ รวมทั้งการช่วยเหลือเยียวยาผู้ป่วยโรคซึมเศร้า โรควิตกกังวล โรคแพนิกและไบโพลาร์ นี่คือผลที่ได้รับชัดเจนของการออกกำลังกายเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง ที่จีนำมาแชร์เพื่อให้เพื่อน ๆ ผู้ป่วยได้มองเห็นคุณค่าและประโยชน์ของการออกกำลังกายกันมากขึ้นนะคะ

1. ผู้ป่วยทั้งที่ใช้ยารักษาและไม่ใช้ยามีอาการดีขึ้นเป็นลำดับ อาการทรงตัวได้เร็ว สามารถนอนหลับได้ดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยานอนหลับสามารถลดยาและหยุดยานอนหลับได้เร็วกว่าผู้ที่ไม่ได้ออกกำลังกาย

2. มีสติและมีสมาธิดีขึ้น อารมณ์คงที่มากขึ้น  สามารถช่วยให้ฝึกรับมือและจัดการกับอารมณ์ด้านลบต่าง ๆ ที่รบกวนได้ดีขึ้นอีกด้วย

3. การออกกำลังกายเป็นประจำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ๆ ละ 30 นาที ช่วยให้อาการผู้ป่วยรู้สึกดีต่อตัวเอง รู้สึกเชื่อมั่นในตัวเอง มีพลังกายพลังใจ มีความหวัง กำลังใจหรือมองเห็นทางที่จะหายป่วยได้มากขึ้น มีความพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงและพัฒนาตัวเองในด้านอื่น ๆ

4. อาการทางกายที่รบกวนลดลง เช่น อาการอ่อนเพลีย อาการใจสั่น เกร็ง ปวดหัว เพราะความเครียด ความกังวลลดลง

5. มีความสุขมากขึ้น รู้สึกดีกับตัวเองถึงแม้จะต้องกินยารักษาอยู่ วางใจในการรักษาด้วยยาได้มากขึ้น มีพลังในการหันไปโฟกัสการเยียวยาบำบัดและฟื้นฟูตัวเองในด้านอื่น ๆ ได้มากขึ้น

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม : แชร์ประสบการณ์หายป่วยจากซึมเศร้า (แบบไม่ใช้ยา)

ตอนนี้คุณได้ตระหนักรู้ถึงประโยชน์ของการออกกำลังกายที่มีต่อสุขภาพจิตกันแล้ว จีและเพื่อนผู้ป่วยมากมายได้รับประโยชน์หรือผลดีจากการออกกำลังกายเป็นประจำทั้งสุขภาพร่างกายและสุขภาพจิต หากใครมีความเครียด ความวิตกกังวล มีปัญหาสุขภาพจิตหรือป่วยเป็นโรคทางจิตเวช ไม่ว่าจะเป็นโรคซึมเศร้า โรควิตกกังวลหรือโรคแพนิกแบบจี ขอแนะนำให้คุณลุกขึ้นมาออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องนะคะ เพราะมันจะช่วยให้ร่างกาย สมองและใจของคุณฟื้นฟูเยียวยาตัวเองได้อย่างดีเยี่ยม แล้วคุณจะสามารถลดการใช้ยารักษาหรือหยุดยาได้แบบไม่ต้องเสียเวลาหรือเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาเกินจำเป็นค่ะ

“การออกกำลังกาย คือ ยาวิเศษ” ไม่มีผลข้างเคียงเหมือนยาที่ใช้รักษาโรค และเห็นผลดีชัดเจน ถ้าเราออกกำลังกายนอกเป็นประจำจะช่วยให้เรามีสุขภาพกายใจที่ดี ห่างไกลจากความเจ็บป่วย หรือถ้าป่วยแล้วการออกกำลังกายก็ช่วยฟื้นฟูเยียวยากายใจให้หายป่วยได้เช่นกัน ดังนั้นมาออกกำลังกายเพื่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดีจะได้มีความสุขในการใช้ชีวิตกันนะคะ

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม : 7 เคล็ดลับ เอาชนะโรคซึมเศร้าด้วยตัวเราเอง

เครดิตข้อมูลจาก :  The Mental Health Benefits of Exercise – HelpGuide.org

แอดไลน์เพิ่มเพื่อนทักทายพูดคุยกับจีเพิ่มเติมได้นะคะ

เพิ่มเพื่อน

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here