จีเคยเขียนบทความ แชร์ประสบการณ์การกินยารักษาโรคซึมเศร้าให้ได้ผลดี ซึ่งเป็นวิธีที่จีได้เรียนรู้และใช้กับตัวเองจนสามารถหยุดยารักษาโรคซึมเศร้าและหายป่วยได้ แต่ยังมีผู้ป่วยโรคซึมเศร้ามากมายที่ยังต้องทุกข์ทรมานอยู่ในช่วงเริ่มปรับยาหรือเพิ่งเริ่มต้นกินยารักษาโรคซึมเศร้าแล้วมักแชทมาถามถึงวิธีหรือเคล็ดลับในการรับมือกับความทุกข์ทรมานทั้งอาการของโรค อารมณ์ที่แปรปรวนและผลข้างเคียงของยาที่ได้รับ จีจึงขอแชร์ 5 เคล็ดลับ ก้าวข้ามผ่านช่วงปรับยารักษาโรคซึมเศร้า ที่จีได้เรียนรู้ด้วยตัวเองเช่นกันแล้วมันก็ช่วยให้จีก้าวข้ามผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนั้นมาได้ง่ายขึ้นกว่าครั้งแรกที่ป่วยเมื่อเปรียบเทียบกับการกินยารักษาโรคซึมเศร้าในครั้งที่จีกลับมาป่วยเป็นโรคซึมเศร้าซ้ำอีกครั้ง ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับเพื่อน ๆ ได้ลองนำไปปรับใช้กันดูค่ะ

5 เคล็ดลับ ก้าวข้ามผ่านช่วงปรับยารักษาโรคซึมเศร้า

1. ตระหนักรู้เรื่องยารักษาโรคซึมเศร้า

ส่วนใหญ่ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าจะเข้าใจว่ายารักษาโรคซึมเศร้าเมื่อกินเข้าไปแล้วก็จะอาการดีขึ้นเหมือนยารักษาโรคทั่วไป แต่ไม่ได้คาดคิดว่ามันจะต้องใช้ระยะเวลาในการรอให้ยาออกฤทธิ์แล้วช่วยปรับสารเคมีในสมองให้สมดุลขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ได้มีอาการดีขึ้นทันทีแบบที่คิดกัน พอกินยาเข้าไปแล้วอาการไม่ดีขึ้นหรือบางทีกับรู้สึกแย่ลงไปอีก จึงไม่ยอมกินยาตามที่คุณหมอแนะนำหรือปรับเพิ่มลดยาเอง จึงทำให้การรักษาไม่ได้ผลดีหรืออาจจะต้องเสียเวลาปรับยาที่ยาวนานขึ้น

ถ้าหากเราทำความเข้าใจและตระหนักรู้ว่ายารักษาโรคซึมเศร้ามีระยะเวลาในการออกฤทธิ์ และใช้เวลาในการปรับอย่างน้อยประมาณสองสัปดาห์ ซึ่งเราอาจจะได้รับผลข้างเคียงของยาที่สามารถสร้างความเครียด ความหงุดหงิดรำคาญใจ ความกลัว ความกังวลให้กับเราได้ เราจะวางใจได้ถูก แล้วอาการเหล่านั้นมันจะค่อย ๆ ลดลง และอาการจะค่อย ๆ ดีขึ้นเป็นลำดับ

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม>>> 6 วิธี รับมือกับผลข้างเคียงจากยารักษาโรคซึมเศร้า

2. กินยาตามที่คุณหมอแนะนำและไปพบคุณหมอตามนัดทุกครั้ง

ในช่วงปรับยาหรือเริ่มต้นกินยารักษาโรคซึมเศร้านั้น คุณหมอจะพิจารณาใช้ยาที่เหมาะสมกับเรา ซึ่งก็ต้องดูผลจากอาการของเราในช่วงปรับยาว่าเมื่อกินยาตัวนั้นเข้าไปแล้วอาการเป็นยังไง หากขนาดของยาและตัวยานั้นเหมาะกับเราก็ใช้ยาตัวนั้นรักษาอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ไม่ได้โชคดีทุกคนเพราะส่วนใหญ่ที่จีได้พูดคุยกับผู้ป่วยโรคซึมเศร้าทางเพจนั้น ก็มักจะใช้เวลาในการปรับยาเพราะยาที่ได้รับยังไม่เหมาะสมกับตัวเรา เช่น มีผลข้างเคียงรบกวนผู้ป่วยมากจนเกินไป จึงทำให้คุณหมอต้องเปลี่ยนตัวยาให้ใหม่ ที่สำคัญผู้ป่วยชอบปรับลดเพิ่มยาเองและไม่ได้บอกคุณหมอว่าไม่ได้กินยาตามที่คุณหมอแนะนำ ยาก็จะไม่ได้ผลดี จึงต้องเสียเวลาในการปรับยากันไปนานขึ้นอีก

การไปพบคุณหมอตามนัดเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้คุณหมอจะได้ประเมินอาการเพื่อจะปรับยาได้เหมาะสมกับเราได้อย่างต่อเนื่อง ถ้าหากเราไม่อยากเสียเวลาในการปรับยาก็จำเป็นต้องกินยาตามที่คุณหมอแนะนำและไปพบคุณหมอตามนัดเสมอนะคะ

3. รับมือกับผลข้างเคียงของยาที่รบกวนจิตใจ

ยารักษาโรคซึมเศร้าล้วนมีผลข้างเคียงจะมากจะน้อยขึ้นอยู่กับตัวยาแต่ละตัวและการตอบสนองของผู้ป่วยแต่ละคน โดยเฉพาะผลข้างเคียงของยาต้านเศร้านั้นเป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่า สร้างความทุกข์ทรมานใจให้กับผู้ป่วยเป็นอย่างมาก ในช่วงเวลาของการปรับยาบวกกับอาการของโรคซึมเศร้าที่รุมเร้า ความรู้สึกทุกข์ทรมานก็เพิ่มเป็นทวีคูณ ผู้ป่วยจำเป็นต้องใช้ความอดทน ทำความเข้าใจกับยาและผลข้างเคียง รวมทั้งควรหาวิธีรับมือและจัดการกับมัน เพื่อที่จะก้าวข้ามผ่านช่วงเวลาที่ทุกข์ทรมานนี้ไปได้ไม่ยากนัก การฝึกผ่อนคลายตัวเองให้ได้มากที่สุดในช่วงปรับยาจะช่วยลดความเครียด ความกลัว ความกังวลใจและความหงุดหงิดใจของเราได้มากและช่วยให้เรามีสติที่จะรับมือในช่วงปรับยาได้มากขึ้นด้วยค่ะจีนำวิธีที่จีเคยใช้มาฝากกันค่ะ

#ฝึกหายใจแบบผ่อนคลาย ความผ่อนคลายจะช่วยให้เราหาความสงบทางใจได้บ้างในช่วงเวลาที่ทุกอย่างดูเลวร้ายไปหมด การฝึกหายใจแบบ Biofeedback จะช่วยให้ออกซิเจนเข้าไปหล่อเลี้ยงสมองของเราได้มากขึ้นในเวลาที่เรารู้สึกเครียด กังวล กดดัน หรือกลัว โดยการหายใจเข้าลึก ๆ ช้า ๆ เข้าไปจนถึงช่องท้อง แล้วค้างไว้สักครู่ จากนั้นค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจออกทางปากเบา ๆ จนลมหมดท้องเสมือนเป็นการไล่ความเครียดความกังวลหรืออารมณ์ที่เราเก็บกดเอาไว้ออกมา ทำแบบนี้สักสองสามครั้งหรือจนกว่าเราจะรู้สึกโอเคขึ้น จากนั้นก็หายใจเข้าออกแบบสบาย ๆ โฟกัสอยู่กับลมหายใจเข้าออก เพื่อให้เรามีสมาธิและสติอยู่กับลมหายใจ ไม่จมอยู่กับอารมณ์ลบ ๆ ได้มากขึ้น

#ปรับท่าทางร่างกายและฝึกเคลื่อนไหว เวลาที่เราจมอยู่กับอารมณ์ความรู้สึกนึกคิดที่เป็นด้านลบในช่วงปรับยา ร่างกายเรามักจะอยู่ในท่าที่เป็นไปตามอารม์เราใช้ร่างกายช่วยเปลี่ยนอารมณ์ได้ โดยเมื่อเรารู้สึกเครียด กังวลหรือมีความคิดรบกวนให้ทุกข์ทรมานใจ ให้ลองเคลื่อนไหวร่างกาย ปรับเปลี่ยนท่าให้หลังตรง อกผาย ไหล่ผึ่งแล้วหายใจแบบผ่อนคลายดู คุณจะรู้สึกดีขึ้น

#ฟังเพลงช่วยผ่อนคลาย เลือกฟังเพลงบรรเลงที่ช่วยผ่อนคลายความเครียด ความกังวล หรือถ้าจะให้ดีลองเลือกฟังเพลงปรับคลื่นสมอง Binuaral Beats จะช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายและจะช่วยให้คลื่นอารมณ์ของเราสงบลงไดหากฟังอย่างต่อเนื่องจะเป็นตัวช่วยที่ดีมาก ๆ วิธีนี้เป็นอีกวิธีที่ช่วยเราได้มาในช่วงเวลาที่เราไม่มีอารมณ์จะรับมือหรือทำอะไรได้เลย ก็ให้นอนนิ่ง ๆ ฟังเพลงปรับอารมณ์ไป ดีกว่าปล่อยให้ตัวเองจมอยู่กับอารมณ์ลบ ๆ แล้วจะยิ่งรู้สึกแย่ไปกันใหญ่

#ดื่มน้ำให้เพียงพอ ส่วนใหญ่จีพบว่าผู้ป่วยโรคซึมเศร้านั้นมักดื่มน้ำไม่เพียงพอต่อร่างกายต้องการ จีเองก็เช่นกัน หลังจากที่ฝึกนิสัยดื่มน้ำอย่างน้อยวันละแปดแก้ว ซึ่งตอนแรกดื่มไม่ได้เพราะมีนิสัยเดิมที่ไม่ชอบดื่มน้ำอยู่แล้ว จีก็เริ่มต้นฝึกด้วยการจิบเรื่อย ๆ น้ำช่วยให้เรารู้สึกดีขึ้นได้เวลาเรารู้สึกเครียด กังวลหรือคิดอะไรไม่ออก และน้ำมีประโยชน์มากมายแบบที่เราไม่คาดคิด หากคุณตระหนักรู้ว่าตัวเองดื่มน้ำไม่เพียงพอขอแนะนำให้ลองปรับดู เพราะมันเป็นตัวช่วยที่ดีมาก ๆ ค่ะ

4. สังเกตอาการ แต่ไม่ให้ค่ากับมัน

การวางใจตัวเราเองให้ถูกที่ถูกทางโดยไม่ถูกอารมณ์ความรู้สึกนึกคิดลากไปจมและวนอยู่นั้นเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งในตอนที่ป่วยครั้งแรกมันสร้างความทุกข์ทรมานใจให้กับจีเป็นอย่างมาก พอจีได้เรียนรู้ที่จะฝึกรับมือมันก็ทำให้จีพบเคล็ดลับในการเบี่ยงเบนความรู้สึกนึกคิดของตัวเอง เพื่อไม่ตัวเองจมและวนลูปอยู่กับอารมณ์ลบ ๆ นาน โดยใช้เคล็ดลับที่ 3 เป็นตัวช่วยผ่อนคลาย จากนั้นก็ฝึกตัวเองให้ถอยออกมาดูอาการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ฝึกดูมันเฉย ๆ โดยไม่เข้าไปปรุงแต่งซึ่งเป็นการฝึกสติเพื่อให้เราตระหนักรู้ได้มากขึ้น อาจไม่ใช่วิธีที่ง่ายนักแต่ถ้าฝึกบ่อย ๆ สติเราจะดีขึ้นแล้วจะสามารถรับมือกับอาการของโรคและอารมณ์ที่แปรปรวนของตัวเราเองได้มากขึ้นค่ะ

5. จดบันทึกอาการ

การจดบันทึกอาการและสิ่งที่เราสงสัยในเวลาที่เราอยากถามคุณหมอในสิ่งที่เรากลัวหรือสงสัยเกี่ยวกับอาการหรืออารมณ์ที่เราต้องเผชิญ หรือคุณหมออาจจะถามอาการเรา จะช่วยให้เราได้ให้ข้อมูลตามความเป็นจริงกับคุณหมอเพื่อประสิทธิภาพที่ดีในการปรับยาให้เหมาะสมได้ วิธีนี้ช่วยจีได้มากเพราะเวลาเราต้องเผชิญกับอาการของโรคและผลข้างเคียงช่วงปรับยาเราจะกลัว กังวลและสงสัยบางทีตั้งใจอยากจะถามคุณหมอ แต่พอถึงเวลาจะคุยกับคุณหมอก็ลืมทุกทีหรือนึกไม่ออก เพราะสมองมันเบลอจำอะไรไม่ค่อยได้ในช่วงปรับยานั้น

จีหวังว่า 5 เคล็ดลับ ก้าวข้ามผ่านช่วงปรับยารักษาโรคซึมเศร้า จะเป็นประโยชน์เพื่อให้เพื่อน ๆ นำไปปรับใช้และขอเป็นกำลังใจให้กับเพื่อนผู้ป่วยโรคซึมเศร้าทุกคนก้าวข้ามผ่านช่วงเวลาปรับยาไปได้ด้วยดีนะคะ

Photos by Pixabay.com

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม>>>

แค่ระบายก็รู้สึกดีขึ้นได้แล้ว

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here