คุณเป็นผู้ป่วยโรคซึมเศร้าที่กำลังฝากชีวิตไว้กับคุณหมออยู่หรือเปล่า? ตลอดระยะเวลากว่าสิบปีที่ผ่านมาจีได้รู้จักและพูดคุยกับเพื่อน ๆ ผู้ป่วยโรคซึมเศร้า จีพบว่ามีผู้ป่วยโรคซึมเศร้ามากมายที่ยังขาดความรู้ความเข้าใจในโรคซึมเศร้าและการรักษาบำบัด รวมทั้งยังรักษาด้วยยาเพียงอย่างเดียวมายาวนาน โดยไม่ได้รับการบำบัดที่เหมาะสมและมีทัศนคติหรือความคิดที่ว่าการไปหาคุณหมอ(จิตแพทย์)และการกินยาจะช่วยให้หายป่วยจากโรคซึมเศร้าได้จึงกลายเป็นพึ่งหมอพึ่งยาเกินจำเป็น จีเองก็เคยคิดแบบนั้นจึงอยากแชร์ประสบการณ์ดี ๆ เพื่อสร้างความเข้าใจและเป็นแรงบันดาลใจ รวมทั้งอยากบอกเพื่อน ๆ ว่าถ้าอยากหายป่วยจากโรคซึมเศร้า อย่าฝากชีวิตไว้กับหมอ โดยเฉพาะคนที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าและรักษาด้วยยาอย่างเดียวมายาวนานแล้วค่ะ

ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าไปพบจิตแพทย์แล้วกินยารักษาก็จะหายได้?

ใช่ค่ะ การเข้ารับการรักษาอย่างถูกต้องเหมาะสมจากจิตแพทย์และการใช้ยารักษาจะช่วยให้หายป่วยจากโรคซึมเศร้าได้ แต่ไม่ใช่ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าทุกคนที่ใช้ยารักษาโรคซึมเศร้าอย่างเดียวแล้วจะหายป่วยได้ เพราะบางคนมีปัจจัยที่ส่งผลให้ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าหรือสาเหตุอื่น ๆ เข้ามาเกี่ยวข้องร่วมด้วย ซึ่งยารักษาโรคซึมเศร้าไม่สามารถตอบโจทย์นั้นได้ เช่น คนที่มีปัญหาทางด้านจิตใจ และจิตสังคม ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการทำจิตบำบัด เป็นต้น

ยารักษาโรคซึมเศร้า

พึ่งยา พึ่งหมอเกินจำเป็นคือยังไง?

โรคซึมเศร้าเป็นความเจ็บป่วยทางใจที่ทุกข์ทรมานที่สุดโรคหนึ่งและยากที่จะเข้าใจ เพราะไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเหมือนโรคทางกายทั่วไปและไม่สามารถวัดค่าความเจ็บป่วยด้วยเครื่องมือใด ๆ ได้ และที่สำคัญหากตัวผู้ป่วยเองขาดความรู้ความเข้าใจในโรคและไม่ได้เรียนรู้วิธีรับมือและจัดการกับอาการ อารมณ์ที่แปรปรวนของตัวเอง ผู้ป่วยจะรู้สึกกลัว กังวล เครียด ทุกข์ทรมานใจเป็นอย่างมากและต้องการความช่วยเหลือ ซึ่งคนสำคัญของผู้ป่วยในตอนนั้นที่คิดว่าจะช่วยเขาได้ก็คือ คุณหมอหรือจิตแพทย์และยานั่นเอง ผู้ป่วยจึงคาดหวังพึ่งหมอพึ่งยาเพราะคิดหวังว่าจะช่วยเขาให้ดีขึ้นและหายได้ จีมีกรณีศึกษาของผู้ป่วยโรคซึมเศร้ามาเพิ่มเติมความเข้าใจในเรื่องนี้ค่ะ

กรณีศึกษาผู้ป่วยโรคซึมเศร้า ที่เคยฝากชีวิตไว้กับหมอเกือบสิบปี

กรณีศึกษาผู้ป่วยโรคซึมเศร้าท่านนี้อนุญาตให้แชร์ประสบการณ์ที่ตัวเองเคยฝากชีวิตไว้กับหมอและยารักษาโรคซึมเศร้า แล้วหวังว่าจะหายป่วยจากโรคซึมเศร้าได้ เธอกินยารักษาโรคซึมเศร้าอย่างเดียวมายาวนานเกือบสิบปี เธอเล่าว่าก่อนที่เธอจะเปิดใจพูดคุยกับจี เธอป่วยเป็นโรคซึมเศร้าและกินยารักษาอย่างเดียวมาตลอด เวลาเธอรู้สึกไม่ดี รู้สึกดาวน์ หรือแม้กระทั่งมีอาการนิดหน่อยเธอก็จะนึกถึงแต่คุณหมอแล้วคิดว่าต้องรีบไปพบคุณหมอเรียกได้ว่าแทบทุกครั้งเพราะเธอคิดว่าคุณหมอและยาเท่านั้นที่จะช่วยเธอได้ โดยเฉพาะในช่วงที่เธอสูญเสียคุณแม่ผู้เป็นที่รักไป เธอก็จะพึ่งยาพึ่งหมอ เธอเก็บตัวอยู่ในห้องมืด ไม่คุยกับใคร ไม่ยอมออกไปไหนเป็นแบบนี้มาตลอด

จนเราได้คุยกันเธอจึงเปิดใจ ทำความเข้าใจกับโรคซึมเศร้าและเข้าใจตัวเอง รวมทั้งเรียนรู้วิธีการดูแลตัวเองที่ดีมันช่วยให้เธอได้พบแสงสว่างแล้วพาตัวเองก้าวออกมาจากโลกมืดของเธอได้ อาการเธอดีขึ้นเป็นลำดับ เธอสามารถกลับมาเป็นตัวของตัวเองที่ดีได้ มีความสุขกับคนที่เธอรักและประสบความสำเร็จในธุรกิจที่เธอทำได้อย่างไม่น่าเชื่อ เธออยากให้เรื่องราวประสบการณ์ของเธอช่วยให้เพื่อน ๆ ได้ตระหนักรู้ว่า ถ้าอยากหายป่วยจากโรคซึมเศร้า อย่าฝากชีวิตไว้กับหมอหรือยาเพียงอย่างเดียว ตัวเราเองนั้นมีส่วนสำคัญมากต่อการหายป่วยจากโรคซึมเศร้าและฝากเป็นกำลังใจให้เพื่อน ๆ ก้าวข้ามผ่านโรคซึมเศร้าและช่วงเวลาที่เลวร้ายไปได้เช่นกันค่ะ

อ่านบทความเพิ่มเติม>>>กรณีศึกษาผู้ป่วยโรคซึมเศร้า

เลิกฝากชีวิตไว้กับหมอ จึงหายป่วยจากโรคซึมเศร้าได้

จีเองก็เคยเป็นผู้ป่วยโรคซึมเศร้าอีกคนหนึ่งที่รักษาด้วยยามายาวนานแล้วก็เคยฝากชีวิตไว้กับหมอเช่นกัน โดยมีความคิดและหวังว่าคุณหมอและยาจะช่วยให้จีหายป่วยจากโรคซึมเศร้าได้ แต่มันไม่ได้เป็นอย่างที่คิดเพราะจีกินยารักษามายาวนานถึงประมาณ 5 ปีแล้วก็ยังไม่หายและรู้สึกเบื่อหน่ายกับการกินยาเลยหยุดยาเอง ผลที่ได้รับคือกลับมาป่วยเป็นโรคซึมเศร้าซ้ำอย่างรุนแรงอีกครั้งจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด

หากจียังพึ่งยาพึ่งหมอเกินจำเป็น และยังคาดหวังว่าคุณหมอและยาอย่างเดียวเท่านั้นที่จะช่วยให้จีหายป่วยได้ จีคงอาจจะต้องกินยาไปตลอดชีวิต หรือไม่ก็อาจจะฆ่าตัวตายสำเร็จไปแล้วก็ได้ แต่หลังจากจีลุกขึ้นมาเปิดใจเรียนรู้เกี่ยวกับโรคซึมเศร้าอย่างจริงจัง จนเข้าใจโรคเข้าใจสาเหตุความเจ็บป่วยทางใจของตัวเอง และมองหาการรักษาบำบัดทางเลือกอื่น ๆ ที่เหมาะสมกับจี โดยไม่ใช้ยา จึงทำให้จีสามารถหายป่วยจากโรคซึมเศร้าได้ในที่สุด

คุณหมอมีหน้าที่รักษาและจ่ายยาให้เรา แต่ตัวเราเองนั้นมีหน้าที่รับผิดชอบชีวิตและจิตใจราเอง

คุณหมอหรือจิตแพทย์มีหน้าที่รักษาเราและเป็นผู้เชี่ยวชาญในการใช้ยารักษาโรคซึมเศร้า แต่คุณหมอบางท่านก็ไม่ได้เรียนการทำจิตบำบัด หรือการเยียวยาบำบัดอื่น ๆ ควบคู่ไปด้วย จึงไม่สามารถที่จะช่วยเยียวยาบำบัดจิตใจของผู้ป่วยได้ ดังนั้นหากพบว่าเรามีปัจจัยอื่น ๆ ที่เข้ามาเกี่ยวข้องส่งผลให้เราป่วยเป็นโรคซึมเศร้า แล้วเราใช้ยารักษามานานแล้วแต่ยังไม่หาย ก็ควรที่จะเปิดใจตัวเองเรียนรู้โรคซึมเศร้าของตัวเราเอง เพราะโรคซึมเศร้าแต่ละคนจะแตกต่างกัน

อีกทั้งยังควรได้เรียนรู้และสำรวจตัวเราเองใจเราเองว่า เราจำเป็นที่จะต้องเรียนรู้และพัฒนาตัวเองในเรื่องใดบ้างที่สร้างปัญหาชีวิตให้กับเรา จะเรียกว่าเป็นทักษะชีวิตที่ดีก็ได้ค่ะ เช่น การพัฒนาบุคลิกภาพ การปรับเปลี่ยนมุมมองทางความคิด (Mindset) ทักษะการจัดการอารมณ์ของตัวเอง (EQ) หรือแม้กระทั่งเทคนิคการจัดการความเครียด เป็นต้น

หากเพื่อน ๆ สนใจที่อยากจะเรียนรู้เคล็ดลับดี ๆ เพื่อก้าวข้ามผ่านโรคซึมเศร้าและป้องกันการกลับไปป่วยซ้ำอีก ก็สามารถที่จะเรียนรู้แนวทางนี้ไปด้วยกันกับจีได้ในคอร์สออนไลน์ 7 เคล็ดลับ เอาชนะโรคซึมเศร้าด้วยตัวเราเอง สนใจทักมาทางเพจเยียวยารักษาใจ : Heal your mind by GG จียินดีสนับสนุนเพื่อน ๆ ให้ก้าวข้ามผ่านโรคซึมเศร้าไปได้เช่นกันค่ะ

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม>>> 5 สาเหตุสำคัญ ที่ทำให้การรักษาบำบัดโรคซึมเศร้าไม่ได้ผลดี

Photos by Pixabay.com

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here